Papa John’s ร้านพิซซ่าในสหรัฐฯ เตรียมเปิด 60 สาขาในเคนยาและยูกันดา

Papa John’s ร้านพิซซ่าชื่อดังในสหรัฐอเมริกาวางแผนขยายธุรกิจมายังแอฟริกาตะวันออก คาดการณ์ว่าจะเปิดให้บริการพิซซ่าผ่านช่องทางเดลิเวอรี่ในประเทศเคนยาและยูกันดารวม 60 สาขาในปีหน้า

ร้าน Papa John’s เป็นร้านพิซซ่าและอาหารจานด่วนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ดำเนินงานโดยบริษัท Papa John’s International Inc. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ American Louisville, Kentucky เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารในประเทศสหรัฐอเมริกา

ตัวแทนร้าน Papa John’s กล่าวว่าการเปิดสาขาในประเทศเคนยาและยูกันดานั้น เป็นไปตามข้อตกลงร่วมลงทุนกับบริษัท Kitchen Express บริษัทในเครือของ AAH Limited ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท Hass Petroleum Group ผู้ดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 140 สถานี ใน 10 ประเทศแถบแอฟริกา

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว Papa John’s ซึ่งผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารกว่า 5,500 แห่งใน 50 ประเทศทั่วโลก จะเปิดสาขาในสถานีบริการน้ำมันของ Hass Petroleum ซึ่งมีอยู่ในประเทศเคนยาและยูกันดา โดยเริ่มสาขาแรกที่ไนโรบี เมืองหลวงของประเทศเคนยา

ทั้งนี้ อแมนด้า คล้าก หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Papa John’s กล่าวว่าการเข้ามาลงทุนในประเทศทางตอนล่างของทะเลทรายซาฮาราห์ในทวีปแอฟริกาซึ่งมีมากถึง 54 ประเทศ และมีประชากรรวมกันมากกว่า 574 ล้านคนนั้นถือเป็นโอกาสทางธุรกิจอันยอดเยี่ยมสำหรับ Papa John’s ในการทำตามพันธกิจของบริษัทฯ และสร้างแรงผลักดันอย่างต่อเนื่องในด้านการลงทุนไปยังภูมิภาคต่างๆ

สำหรับ Hass Petroleum Group แล้วการลงทุนครั้งนี้นับเป็นการสนับสนุนกิจการที่ไม่ใช่ธุรกิจประเภทพลังงานเชื้อเพลิงให้มีโอกาสเติบโตทำกำไรให้กับบริษัทได้ ปัจจุบันนักการตลาดในแวดวงธุรกิจพลังงานเชื้อเพลิงต่างกำลังพยายามทำการตลาดกับกลุ่มผู้บริโภครายย่อยที่เข้ามาใช้บริการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนเป็นผู้ดำเนินกิจการให้มากขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ขายสินค้าอื่นๆ ในบริเวณนั้นๆ นอกเหนือไปจากการกระตุ้นยอดขายน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ย้อนหลังไปเมื่อปี 2562 นักการตลาดธุรกิจพลังงานรายอื่นๆ อย่าง Vivo Energy ผู้ทำการซื้อขายกิจการอื่นภายใต้ชื่อเชลล์ (Shell brand) ได้กล่าวไว้ว่าจะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นถึงร้อยละ 50 ของกิจการ KFC ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันออกภายใต้ข้อตกลงกับเจ้าของแฟรสไชส์ร้านอาหารจานด่วนอย่าง Kuku Foods East Africa Holdings

ตามถ้อยแถลงของประธานบริษัท Kitchen Express และ Hass Petroleum Group – นาย แอบดินาเซอร์ อาลี ฮาสซัน กล่าวว่าตนเองรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Papa John’s ในการขยายการลงทุนไปทั่วโลก

Papa John’s ถูกเพ่งเล็งเป็นอย่างมากในปี 2561 หลังจากที่นาย จอห์น ชแนทเตอร์ (John Schnatter) ผู้ก่อตั้งและเป็นประธานกลุ่มร้านอาหารพิซซ่าและอาหารจานด่วนได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากถูกกดดันให้ออกมาแสดงความเสียใจและขอโทษในกรณีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่มีความอ่อนไหวเรื่องการที่ผู้เล่นแสดงจุดยืนเพื่อต่อต้านการเหยียดสีผิวระหว่างร้องเพลงชาติในการแข่งขันฟุตบอลเอ็น เอฟ แอล (The National Football League – NFL) ของสหรัฐอเมริกา และในปีเดียวกันนี้เขายังใช้คำพูดที่มีความหมายทางชาติพันธุ์ที่ใช้กับคนผิวสีในอเมริการะหว่างการประชุมทางโทรศัพท์ซึ่งได้มีผู้บันทึกเสียงไว้อีกด้วย

การมาลงทุนในประเทศเคนยา ซึ่งนับเป็นประเทศสำคัญในแอฟริกากลางที่มีความเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Papa John’s จะต้องแข่งขันกับผู้ลงทุนรายอื่นๆ ที่เข้ามาก่อนอย่างเช่น Kentucky Fried Chicken (KFC) แม๊คโดนอล (McDonald’s) และเบอร์เกอร์ คิง (Burger King) นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารประเภทแซนวิช อย่างซับ เวย์ (Subway) ร้านไอศครีม โคล์ด สโตน (Cold Stone Creamery) บริษัทธุรกิจร้านอาหารสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Toridoll และคู่แข่งด้านพิซซ่าอย่างโดมิโน พิซซ่า (Domino’s Pizza) ที่กำลังขยายสาขาเพิ่มเติมในประเทศเคนย่าอย่างต่อเนื่อง

จากรายงานการศึกษาของ บริษัท McKinsey & Co. บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการเชิงกลยุทธ์ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลกพบว่า นักลงทุนเหล่านี้ได้หันมาสนใจตลาดเกิดใหม่อย่าง เช่น ตลาดการค้าในแอฟริกาซึ่งมีรายได้ครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีจำนวนประชากรวัยหนุ่ม สาว ที่มีกำลังการซื้อเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เมืองหลวงอย่างไนโรบีจึงเป็นที่หมายปองของนักลงทุนด้านธุรกิจร้านอาหารต่างๆ จากทั่วโลก ดังที่ผู้บริหารของ Papa John’s ได้กล่าวไว้เมื่อเดือนสิงหาคมปี2564 ว่า บริษัทมีแผนการจะดำเนินการเปิดกิจการร้านพิซซ่าในต่างประเทศถึง 220 แห่งในประเทศแถบลาตินอเมริกา สเปน และโปรตุเกส นอกจากนี้ยังมีร้านที่เปิดสาขาเพิ่มแล้วในสหราชอาณาจักรถึง 60 สาขาด้วยกัน

ความเห็นของ สคต.

จากข่าวดังกล่าว แสดงให้เห็นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและมีอย่างต่อเนื่องของประเทศต่างๆในแอฟริกา โดยเฉพาะเคนยาที่เป็นประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนในธุรกิจร้านอาหารหรือบริการร้านอาหารแบบแฟรนด์ไชด์เช่น ร้านพิชช่า Papa John ดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่นักลงทุนธุรกิจจากยุโรปหรือจากสหรัฐฯ หรือจีน ต่างมองตลาดแอฟริกาเป็นตลาดที่สำคัญน่าจะลงทุนเพิ่มเติมต่อไป

สคต.เห็นว่า การเติบโตของธรุกิจร้านอาหารจะทำให้เกิดความต้องการสินค้าอาหารที่เกี่ยวข้อง เช่น เนื้อวัว ซีส แป้งสาลี เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่ยังต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังแสดงให้เห็นการเติบโตของธุรกิจประเภทนี้ ซึ่งอาจรวมถึงความต้องการอาหารที่มีความแตกต่างและหลากหลายมากขึ้นตามกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีสูงขึ้นตามไปด้วย จึงน่าจะเป็นมุมมองหนึ่งให้ภาคธุรกิจไทยที่ทำกิจการในลักษณะเดียวกันหันมามองตลาดแอฟริกามากขึ้นในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น ร้านอาหาร Black Canyon เป็นต้น ซึ่ง ผู้ประกอบการไทยควรเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้ามาลงทุนหรือร่วมทุนทำกิจการดังกล่าวต่อไป

การขยายกิจการดังกล่าว นอกจากจะมีผลให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในด้านการพัฒนารูปแบบธุรกิจที่ใช้พื้นที่ในสถานีบริการน้ำมันแล้ว ก็ยังมีผลให้เกิดผลบวกต่อการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ในเคนยามากขึ้นโดยอ้อม และยังอาจทำให้มีการใช้พื้นที่ในสถานีบริการน้ำมันอื่นๆมากขึ้นตามไปด้วย หากรูปแบบธุรกิจแบบนี้ประสบความสำเร็จ

นักธุรกิจหรือผู้ส่งออกที่มีความสนใจจะทำการส่งออกสินค้าหรือเข้ามาลงทุนในตลาดเคนยาหรือแอฟริกาตะวันออก สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับ สคต. ณ กรุงไนโรบี ที่ email. [email protected]

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี (มกราคม 2565)

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *