กฎระเบียบการค้า

ประเทศผู้ส่งออกอาหารทะเลต้องปฏิบัติตาม U.S. Marine Mammal Protection Act ตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน 2021

เมื่อปี 2016 สหรัฐฯ ผ่านกฎหมาย U.S. Marine Mammal Protection Act (MMPA) ที่แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิม โดย MMPA ฉบับล่าสุดให้อำนาจ National Marine Fisheries Service, National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) เป็นผู้บริหารบทบัญญัติหนึ่งของ MMPA คือการให้ความคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาพะยูน สิงโตทะเล และแมวน้ำ เป็นต้น จากอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตจากการทำประมงเพื่อการค้าที่ใช้เครื่องมือไม่ได้มาตรฐานที่ส่งผลให้สัตว์ภายใต้การคุ้มครองเหล่านี้กลายเป็น bycatch ติดตาข่ายจับปลา MMPA กำหนดให้ชาวประมงสหรัฐฯ และชาวประมงต่างชาติที่ต้องการขายสินค้าให้แก่สหรัฐฯ ทำการประมงภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และกำหนดให้ประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารทะเลมายังสหรัฐฯ ต้องจัดทำกฎระเบียบควบคุมการประมงและเครื่องมือที่ใช้ทำประมงเพื่อการค้าที่เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือเท่าเทียมกับที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับการประมงสหรัฐฯ เพื่อลดเหตุการณ์ bycatch และห้ามการนำเข้าอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มาจากประเทศผู้ส่งออกที่ฝ่าฝืนข้อบังคับในกฎหมายดังกล่าว   สหรัฐฯ ให้เวลา 5 ปีนับจากวันที่ MMPA เป็นกฎหมายโดยสมบูรณ์ ในการเตรียมตัวปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ โดยมีวันที่ 30 พฤศจิกายน 2021 เป็น Deadline ที่ผู้ประกอบการประมงต่างชาติและรัฐบาลประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารทะเลจะต้องเริ่มต้นปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดใน MMPA ขณะที่ National Marine Fisheries Services ได้จัดทำข้อมูลการประมงที่มีผลกระทบต่อสัตว์ทะเลภายใต้การคุ้มครองของ MMPA และการส่งออกอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์จากอาหารทะเลมายังสหรัฐฯ  ในปี 2020 National Marine Fisheries Services จัดทำ List of Foreign Fisheries – LOFF หรือรายชื่อประเทศผู้ส่งออกอาหารทะเลมายังสหรัฐฯ 131 ประเทศ โดยประเทศดังกล่าวต้องยื่นใบสมัครต่อ National Marine Fisheries Services ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2021 เพื่อแสดงหลักฐานว่าการทำประมงเพื่อการค้าที่ส่งออกมายังสหรัฐฯ เป็นไปตามมาตรฐานหรือเท่าเทียมกับมาตรฐานสหรัฐฯ ทั้งนี้ National Marine Fisheries Services จะรอจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2022 ในการตัดสินว่าประเทศใดมีมาตรฐานที่สหรัฐฯ ยอมรับได้ สินค้าอาหารทะเลจากประเทศที่ไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่ามีการจัดทำกฎระเบียบป้องกันสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมที่เท่าเทียมกับสหรัฐฯ จะถูกห้ามนำเข้าสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 1 …

ประเทศผู้ส่งออกอาหารทะเลต้องปฏิบัติตาม U.S. Marine Mammal Protection Act ตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน 2021 Read More »

การปลดล็อกเรื่องภาษีและกฎแหล่งกำเนิดสินค้า อุปสรรคต่อก้าวต่อไปของเขตการค้าเสรีของแอฟริกา

เขตการค้าเสรีทวีปแอฟริกา (AfCFTA) เริ่มก่อตั้ง เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ยังคงมีอุปสรรคจากข้อกำหนดที่ยังไม่ได้รับการสรุป ซึ่งได้แก่ กฎแหล่งกำเนิดสินค้า ข้อเสนอด้านภาษี และ สหภาพศุลกากร  และเมื่อวันที่ 18-19 กันยายน ที่ผ่านมา มีการทบทวนข้อตกลง 9 เดือนหลังจากการก่อตั้ง ซึ่ง John Bosco Kalisa ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสภาธุรกิจแอฟริกาตะวันออก (EABC) ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดตั้งกฎแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ในเขตการค้าเสรีของทวีป ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่จำเป็นในการพิจารณาแหล่งที่มาของประเทศเจ้าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องได้รับการตกลงร่วมกัน กฎแหล่งกำเนิดสินค้านั้นเปรียบเสมือนหนังสือเดินทางสำหรับสินค้า หากยังตกลงไม่ได้ จะทำการค้าได้ยากมาก องค์ประกอบหลักที่สาม คือ การประสานกันของขั้นตอนของสหภาพศุลกากร  Kalisa ยังกล่าวเสริมว่า ข้อตกลง AfCFTA จะช่วยยกเลิกภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ผลิตในทวีปได้ถึง 90%  ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 83% และ จำเป็นต้องได้รับข้อเสนอยกเว้นภาษี 90% ก่อน ถึงจะสามารถซื้อขายภายใต้เขตการค้าเสรีทวีปแอฟริกาได้ Peter Mathuki …

การปลดล็อกเรื่องภาษีและกฎแหล่งกำเนิดสินค้า อุปสรรคต่อก้าวต่อไปของเขตการค้าเสรีของแอฟริกา Read More »

รัฐบาลเช็กเตรียมยกเว้น VAT ค่าไฟ/ค่าแก๊ส

รัฐบาลเช็กประกาศยกเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับค่าใช้จ่ายกลุ่มพลังงาน (ค่าไฟฟ้า/ค่าแก๊ส) ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2564 ภายหลังสถานการณ์ค่าไฟฟ้าและแก๊สที่ปรับตัวสูงขึ้น และล่าสุดผู้ผลิตพลังงานทางเลือกรายใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็กได้ยุติการผลิตลง การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับคำไฟฟ้าและก๊าซดังกล่าว เป็นมาตรการของรัฐบาลที่ช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายของภาคครัวเรือน โดยแต่ละครัวเรือนจะสามารถประหยัดเงินไฟฟ้าได้ประมาณ 350 เช็กคราวน์ สำหรับการจ่ายค่าไฟฟ้า 1,000 เช็กคราวน์ต่อเตือน การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มของกระทรวงการคลัง สามารถทำได้ในกรณีที่มีเหตุการณ์ไม่ปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเกิดภัยธรรมชาติ ซึ่งการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจะดำเนินการได้เมื่อมีความจำเป็น โดยคาดว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เป็นต้นไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมา การยกเว้นการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้เคยดำเนินการมาแล้วสำหรับสินค้าหน้ากากอนามัยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 นอกจากมาตรการดังกล่าว รัฐบาลเช็กอาจจะไม่เรียกเก็บเงินจำนวน 8,000 ล้านเช็กคราวน์ ที่ก่อนหน้านี้ ได้กำหนดให้ภาคเอกชนให้การสนับสนุนเงินสำหรับแหล่งพลังงานทดแทน ทั้งนี้ เงินสนับสนุนแหล่งพลังงานทดแทนยอดรวมต่อปี คือ 47,000 ล้านเช็กคราวน์ โดยภาครัฐสนับสนุนเงินจำนวน 27,000 ล้านเช็กคราวน์ และส่วนที่เหลืออีก 20,000 ล้านเช็กคราวน์ ครัวเรือนและบริษัทเป็นผู้จ่าย ซึ่งครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย 3 เมกกะวัตต์ต่อชั่วโมงจะได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายเงินในส่วนนี้ บทวิเคราะห์/โอกาส/ข้อเสนอแนะ/แนวทางการปรับตัว มาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มของรัฐบาลเซ็ก สำหรับค่าใช้ไฟฟ้าและแก๊สของครัวเรือนในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม …

รัฐบาลเช็กเตรียมยกเว้น VAT ค่าไฟ/ค่าแก๊ส Read More »

รายงานสินค้าผลิตภัณฑ์จากกระท่อมในตลาดสหรัฐอเมริกา

1. สินค้ากระท่อม ต้นกระท่อม (Kratom) หรือชื่อทางวิทยาศาตร์ Mitragyna speciosa เป็นพืชในเขตเมืองร้อนอยู่ในตระกูลต้นกาแฟ พบมากในประเทศแถบเอเชียโดยเฉพาะประเทศไทย ในอดีตมักถูกบริโภคด้วยการเคี้ยวใบสดหรือนำใบแห้งไปชงเป็นชา เพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดความกระปรี้กระเปร่า และช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน อีกทั้ง บางพื้นที่ยังเคยใช้ใบกระท่อมสำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และใช้เป็นยาในการรักษาอาการปวดเมื่อย ท้องร่วง รวมถึงการรักษาอากาผู้ที่ติดยาเสพฝิ่นด้วย เนื่องจากใบกระท่อมประกอบด้วยสารอัลคาลอนยด์ (Alcaloid) หลายชนิดที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีนและสารเสพติดอื่น ๆ เช่น mitragynine (C23H30N2O4) และ 7-hydroxymitragynine (C23H30N2O5) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อตัวรับโอปิออยด์ (Opioid Receptor) ภายในสมอง โดยหากบริโภคในปริมาณไม่มากนักจะทำให้ตื่นตัวและกระปรี้กระเปร่า และหากบริโภคในปริมาณมากทำให้เกิดภาวะสงบรู้สึกผ่อนคลายและลดอาการเจ็บปวด ปัจจุบันอินโดนีเซียเป็นผู้เพาะปลูกและส่งออกกระท่อมรายใหญ่ที่สุดของโลก มีสัดส่วนการส่งออกสูงถึงร้อยละ 95 ของปริมาณการส่งออกทั่วโลก ส่วนที่เหลือส่งออกจากมาเลเซีย ไทย และเวียดนาม อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากฎหมายอินโดนีเซียปัจจุบันจะยังคงอนุญาตให้ผู้ประกอบการภายในประเทศเพาะปลูกและส่งออกกระท่อมก็ตาม แต่ปัจจุบันองค์กรยาเสพติดแห่งชาติของอินโดนีเซีย (Indonesian National Narcotics Agency หรือ BNN) กำลังอยู่ในระหว่างการผลักดันการบังคับใช้กฎหมายห้ามทำการเพาะปลูกและส่งออกกระท่อมในประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ได้ภายในปี 2567 (จากเดิมตั้งเป้าจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2565) ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสสำหรับประเทศผู้ผลิตรายอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศไทยที่เพิ่งจะประกาศปลดพืชกระท่อมออกจากรายการยาเสพติดให้โทษประเภท …

รายงานสินค้าผลิตภัณฑ์จากกระท่อมในตลาดสหรัฐอเมริกา Read More »

ตลาดเครื่องสำอางในเซอร์เบียมีโอกาสอันสดใส 💄🇷🇸

แม้เศรษฐกิจเซอร์เบียจะได้รับผลกระทบหนักจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ตัวเลขการนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางในปี 2563 กลับเพิ่มสูงขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับปี 2562 โดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องสำอางจากไทย ในฐานะที่เป็นประเทศผู้ส่งออกเครื่องสำอางอันดับที่ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ และเป็นอันดับ 10 ของโลก มีมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางไปเซอร์เบียเพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 70% ทั้งนี้ เครื่องสำอางจากไทยที่เป็นที่นิยมได้แก่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายและผิวหน้า ครีมบำรุงผิว และครีมกันแดด ผู้บริโภคชาวเซอร์เบียรุ่นใหม่มีค่านิยมที่เปิดกว้าง พร้อมพิจารณาคุณภาพสินค้าในราคาที่เอื้อมถึงได้ ดังนั้น การสร้างแบรนด์จึงมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญต่อส่วนผสม แหล่งที่มี กระบวนการผลิต ผู้ผลิต ตลอดจนผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว อีกทั้ง รัฐบาลเซอร์เบียได้ประกาศรัฐบัญญัติว่าด้วยการควบคุมสินค้าสำหรับอุปโภคบริโภคทั่วไป มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2562 ห้ามจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางที่มีการทดสอบในสัตว์ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั้งหมดห้ามมีการโฆษณาเท็จหรือเกินจริง และต้องมีฉลากแสดงข้อมูลเป็นภาษาเซอร์เบีย ผู้ประกอบการไทยจึงควรพิจาณาศึกษาการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเช่น สมุนไพรไทย หรือเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และคิดค้นกระบวนการผลิตแบบใหม่ โอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการไทยไปยังเซอร์เบียได้แก่งานประชุมนานาชาติและงานแสดงสินค้าเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ความงามและสุขภาพ Belgrade Fair-Touch of Paris ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าความงามและเครื่องสำอางระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเซอร์เบีย และเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ผู้ประกอบการไทยควรเน้นกลยุทธ์การเจาะตลาดและสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านช่องทาง e-Commerce …

ตลาดเครื่องสำอางในเซอร์เบียมีโอกาสอันสดใส 💄🇷🇸 Read More »

สหรัฐฯเข้มมาตรฐานรถยนต์ภายในประเทศ 🚗🇺🇸

สหรัฐฯเตรียมประกาศมาตรการใหม่ด้านมาตรฐานอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และกำหนดระดับการปลดปล่อยก๊าซของเสียของรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะกำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกอบผลิตรถยนต์ในตลาดปรับตัวทางธุรกิจตามมาตรการภายใน 4 ปี ความเข้มงวดดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซของเสียสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นความพยายามในการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงด้านสภาวะแวดล้อมทางอากาศ (Climate Change) มาตรการนี้มีผลให้ผู้ประกอบการที่ผลิตรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กสำหรับจำหน่ายในสหรัฐฯต้องพัฒนาระบบการขับเคลื่อนและระบบการเผาไหม้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีการผลิตและชิ้นส่วนรถยนต์เพิ่มมากขึ้นด้วย ส่งผลให้สหรัฐฯน่าจะมีความต้องการนำเข้าสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต จึงนับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในกลุ่มผลิตและส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพของไทยในตลาดสหรัฐฯอีกด้วย นอกจากนี้ สหรัฐฯมีความต้องการซื้อรถยนต์ใหม่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ราคาตลาดปรับตัวสูงขึ้นมาก หากผู้ประกอบการไทยสามารถควบคุมและรักษากำลังการผลิตสินค้าเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของตลาดรถยนต์ในสหรัฐฯ ก็น่าจะช่วยให้สามารถรักษาสัดส่วนของตลาดส่งออกไทยในอนาคตได้อีกด้วย ที่มาข้อมูล: ข่าวเด่นประจำสัปดาห์ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองไมอามี่ _____________________________________________Website : http://ditp-overseas.comFacebook: https://www.facebook.com/ditpoverseasYoutube : https://bit.ly/36fT76e #DITP #OMD2 #สพต2

NGO แคนาดาจี้รัฐบาลเข้มสินค้าละเมิดสิทธิมนุษยชน 🇨🇦

แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศแกนนำด้านการรณรงค์สิทธิมนุษยชนและต่อต้านการบังคับใช้แรงงานอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในปีนี้ได้แสดงจุดยืนด้วยการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนที่พัวพันกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ในซินเจียงตามรายงานของสหประชาชาติ และล่าสุดในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา องค์กรด้านสิทธิแรงงานในแคนาดาได้เผยแพร่ข่าวการนำเข้าสินค้าที่มีแหล่งผลิตบังคับใช้แรงงานและละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศจีนและมาเลเซีย เครือข่าย NGOs ชื่อ Above Ground ในแคนาดาได้จัดทำรายงานชื่อ Creating Consequence รายงานเกี่ยวกับสินค้าหลายรายการที่สหรัฐฯห้ามนำเข้าเนื่องจากผิดกฏหมายห้ามบังคับใช้แรงงานของสหรัฐฯ แต่กลับถูกส่งเข้ามายังแคนาดา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบถึงสาเหตุที่ปล่อยให้มีการนำเข้าสินค้าเหล่านี้อย่างจริงจัง แสดงความต้องการให้มีการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเข้มงวด เพื่อให้เป็นการส่งสัญญาณจากภาครัฐถึงความรับผิดชอบที่ต้องการจะปลอดการบังคับใช้แรงงานในภาคการผลิต แม้ว่ารัฐบาลแคนาดาจะประกาศบังคับใช้กฏหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานตั้งแต่ปี 2563 แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีการสั่งห้ามนำเข้าสินค้าใดตามกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ดีเหตุการณ์นี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและความเป็นธรรมทางการค้าได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่อ่อนไหวต่อในการทำธุรกิจในระดับสากลซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสินค้าได้ ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาและติดตามข่าวสารด้านนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อใช้วางแผนและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการค้าได้อย่างทันท่วงที ที่มาข้อมูล: ข่าวเด่นรายสัปดาห์ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา วันที่ 19 – 25 มิถุนายน 2564 _____________________________________________Website : http://ditp-overseas.comFacebook: https://www.facebook.com/ditpoverseasYoutube : https://bit.ly/36fT76e #DITP#OMD2#สพต2

DITP หนุนผู้ประกอบการใช้นวัตกรรมในการผลิตวัสดุทดแทนพลาสติกใช้แล้วทิ้งเจาะตลาดอิตาลีและสหภาพยุโรป

            กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หนุนผู้ประกอบการใช้ภูมิปัญญาและนวัตกรรมการออกแบบเพื่อผลิตวัสดุทดแทนสินค้าพลาสติกใช้แล้วทิ้ง ตอบโจทย์แผนการปฏิบัติการเศรษฐกิจหมุนเวียนของสหภาพยุโรป ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ            สำนักส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมิลาน รายงานว่า นับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 สหภาพยุโรปได้จัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยตั้งกรอบการดำเนินงานว่าบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดต้องสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ภายในปี พ.ศ. 2573 และลดขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อป้องกันและลดปริมาณขยะในทะเล และเป็นการส่งเสริมพัฒนานวัตกรรมทางเลือกการใช้วัสดุอื่นที่สามารถใช้ซ้ำได้ทดแทน โดยสินค้าที่จับตามองเป็นพิเศษได้แก่ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ก้านแคะหู ที่คนเครื่องดื่ม ก้านลูกโป่ง ภาชนะบรรจุอาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกย่อยสลายได้ด้วยออกไซด์ รวมถึงขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง            โดยประเทศอิตาลีมีมาตรการมุ่งเน้นให้ใช้พลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ และมีมาตรการดำเนินการด้านภาษีที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตและผู้ประกอบการในด้านราคาสินค้า จึงนับเป็นโอกาสทางการค้าสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สามารถเตรียมความพร้อมและพัฒนารูปแบบของสินค้าให้ตอบรับความต้องการของตลาด โดยอาศัยนวัตกรรมการออกแบบผสานกับภูมิปัญญาและวัสดุธรรมชาติของไทยมาปรับใช้ เช่น ภาชนะใส่อาหารที่ทำจากใบตอง หรือใบปาล์ม หลอดจากเยื่อชานอ้อย หรือก้านแคะหูจากไม้ไผ่ นอกจากนี้ ในสถานการณ์แพร่ระบาด ทำให้มีความต้องการบรรจุภัณฑ์ด้านอาหารสูงขึ้นมาก การศึกษาเพื่อนำนวัตกรรมการออกแบบมาต่อยอดภาชนะและเครื่องมือรับประทานอาหารในรูปแบบกระดาษที่ทนทาน หรือพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพได้ ก็จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าระหว่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง             นอกเหนือจากการนำเอานวัตกรรมการออกแบบและภูมิปัญญาของไทยมาต่อยอดแล้ว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้ตราเครื่องหมายรับรองวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน หรือการรีไซเคิล ก็จะช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าให้เกิดการยอมรับจากนานาประเทศ ช่วยเพิ่มมูลค่าทั้งแก่สินค้าและเพิ่มมูลค่าทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยได้เช่นกัน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ2 มิถุนายน 2564

ตลาดอาหารเสริมในดูไบมาแรง DITP จ่อหนุนผู้ประกอบการเร่งขึ้นทะเบีย

            กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เล็งเห็นศักยภาพตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในตะวันออกกลาง เร่งหนุนผู้ส่งออกไทยให้ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เผยหากเอกสารครบถ้วนจะได้รับการพิจารณาใบอนุญาตครั้งละ 5 ปี             กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้รวบรวมข้อมูลจากรายงานของ Euro Monitor พบว่า ธุรกิจอาหารเสริมของโลกปีนี้อาจมีมูลค่าสูงถึง 3.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ อุตสาหกรรมความงามและการดูแลสุขภาพนับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเติบโตเร็วที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความใส่ใจในสุขภาพและป้องกันดูแลสุขภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น            สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ รายงานว่า เมืองดูไบนับเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีส่วนช่วยในการเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Health Supplements) นอกจากนี้ การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในดูไบ ผู้นำเข้าจะต้องเป็นผู้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานเทศบาลดูไบ (Dubai Municipality) โดยการยื่นขออนุญาต จะต้องเป็นนิติบุคคลมีทะเบียนการค้านำเข้าอาหาร โดยสามารถกระทำได้หลายวิธีเช่น 1) ก่อนตั้งบริษัทในรูปแบบบริษัทจำกัด เพื่อนำเข้าสินค้า โดยรูปแบบบริษัทพาณิชย์ที่นิยมคือบริษัทจำกัด Limited Liability Company (LLC) 2) ก่อตั้งบริษัทในเขตปลอดอากร หรือ Free Zone โดยมีการกำหนดสิทธิประโยชน์ต่างๆที่มากกว่าพื้นที่ทั่วไป ผู้ประกอบการไทยที่สนใจการดำเนินการสามารถใช้บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจดำเนินการได้ โดยสามารถค้นหารายชื่อบริษัทที่ปรึกษาซึ่งเป็นสมาชิกของ Dubai Chamber of …

ตลาดอาหารเสริมในดูไบมาแรง DITP จ่อหนุนผู้ประกอบการเร่งขึ้นทะเบีย Read More »