โรคไข้หวัดนกได้แพร่ระบาดถึงพื้นที่การเลี้ยงสัตว์ปีกสำคัญของฝรั่งเศส

ในช่วงก่อนหน้านี้ไข้หวัดนกได้สร้างความเสียหายเฉพาะในพื้นที่เลี้ยงเป็ดสำหรับทำฟัวกราส์ในแคว้นตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส แต่ในปัจจุบันโรคได้เริ่มระบาดไปยังพื้นที่เลี้ยงไก่ โดยเฉพาะในทางแคว้นลุ่มแม่น้ำลัวร์ ซึ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ปีกสำคัญของฝรั่งเศส

ในปัจจุบันโรคไข้หวัดนกได้แพร่ระบาดในฝรั่งเศสและสร้างความเสียหายในระดับที่ฝรั่งเศสไม่เคยประสบมาก่อน โดยสาเหตุมาจากเชื้อ H5N1 ที่เคยส่งผลต่อฟาร์มเลี้ยงเป็ดสำหรับทำฟัวกราส์ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ในช่วงระหว่างปี 2558 – 2560 ได้กลับมาระบาดอีกครั้งตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา โดยการระบาดในครั้งล่าสุดเริ่มพบในแคว้นทางเหนือของฝรั่งเศส ก่อนจะย้ายไปแพร่ระบาดในแคว้นตะวันตกเฉียงใต้ และลามมายังแคว้นลุ่มแม่น้ำลัวร์ทางตอนกลางของประเทศ  

แคว้นลุ่มแม่น้ำลัวร์นี้เป็นสถานที่เลี้ยงสัตว์ปีกสำคัญของฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็น ไก่ ไก่ต๊อก ไก่งวง เป็ด ห่าน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสัตว์ปีกร้อยละ 25 ของฝรั่งเศส รองจากแคว้นบริตตานีซึ่งผลิตสัตว์ปีกได้ร้อยละ 35 ของปริมาณสัตว์ปีกที่ผลิตในฝรั่งเศสทั้งหมด ทั้งนี้ฝรั่งเศสสามารถผลิตสัตว์ปีกได้ปีละ 2 พันล้านตัวโดยนับเป็นมูลค่าประมาณ 6.8 พันล้านยูโร โดย 1.1 พันล้านยูโรเป็นการส่งออก ซึ่งนับว่าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับที่ 3 ของสหภาพยุโรป รองจากโปแลนด์และเยอรมนี 

นอกจากนี้สถานที่ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักในแคว้นลุ่มแม่น้ำลัวร์ คือทาง La Vendée ที่มีไก่สายพันธุ์ชั้นเยี่ยม และเป็นแหล่งผลิตลูกไก่ในหลักล้านตัวต่อปี นอกจากนี้แคว้นลุ่มแม่น้ำลัวร์ยังเป็นผู้ผลิตลูกไก่ต๊อกร้อยละ 90 ของอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ต๊อกทั่วโลก 

ทั้งนี้มีการประเมินว่าโรคระบาดจะยังแพร่กระจายไปจนถึงประมาณสิ้นเดือนมิถุนายน 2565 และกระทรวงเกษตรฝรั่งเศสได้มีคำสั่งให้ฆ่าทำลายสัตว์ปีกในโรงเพาะเลี้ยงที่มีการติดเชื้อในแคว้นลุ่มแม่น้ำลัวร์ เพื่อลดการระบาดของโรคโดยเฉพาะการระบาดไปยังแคว้นบริตตานีซึ่งอยู่ถัดไปทางตอนเหนือ ซึ่งได้พบการติดเชื้อแล้วในจังหวัด Morbihan และจังหวัด Ille-et-Vilaine 

ณ วันที่ 23 มีนาคม 2565 ฝรั่งเศสมีคลัสเตอร์ไข้หวัดนกในระบบเลี้ยงสัตว์ปีกระดับอุตสาหกรรมรวม 983 คลัสเตอร์ พร้อมกับตรวจเจอเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกจากการล่า 39 ครั้ง และในสัตว์ปีกที่เลี้ยงแบบพื้นบ้าน 19 ครั้ง ทั้งนี้ได้มีการฆ่าทำลาย 
สัตว์ปีกจากสถานที่เลี้ยงรวม 1,000 แห่ง (กำจัดทั้งหมดในสถานที่เลี้ยง) รวม 10 ล้านตัว โดย 4 – 6 ล้านตัวเป็นสัตว์ปีกจากแคว้นลุ่มแม่น้ำลัวร์ หลังจากนั้นจะต้องปล่อยว่างสถานที่เลี้ยงและเฝ้าระวังอีกหลายสัปดาห์ 

นักวิทยาศาสตร์กำลังอยู่ในช่วงวิจัยและพัฒนาวัคซีนเพื่อรับมือกับการระบาดของโรคไข้วัดนกสายพันธุ์ H5N1 แต่อย่างไรก็ดีหากมีการใช้ในฝรั่งเศสแล้ว จะทำให้ฝรั่งเศสไม่สามารถส่งออกสัตว์ปีกไปยังบางประเทศได้ 

ความเห็น

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกในตลาดฝรั่งเศสมีจำนวนลดน้อยลงและมีราคาสูงขึ้น ประกอบกับวิกฤตความขัดแย้งยูเครน-รัสเซียในปัจุบันที่อาจส่งผลกระทบต่อโปแลนด์ ที่เป็นแหล่งผลิตสัตว์ปีกสำคัญของสหภาพยุโรป โดยโปแลนด์ มีผู้อพยพเข้ามาพำนักอาศัยมากขึ้นและอาจจำเป็นต้องบริโภคภายในประเทศมากขึ้นก่อนส่งออก ฝรั่งเศสจึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำเข้าสัตว์ปีกเพิ่มเติมจากประเทศอื่น ๆ นับจากนี้ไปอีกหลายเดือน

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส (เมษายน 2565)
https://www.lesechos.fr/industrie-services/conso-distribution/volaille-la-grippe-aviaire-atteint-une-zone-de-production-strategique-pour-la-france-1396106

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *