เนเธอร์แลนด์ประกาศผ่อนคลายมาตรการโควิด-19

แม้ว่าเนเธอร์แลนด์ยังคงเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรง โดยเฉพาะสายพันธุ์ Omicron ซึ่งปัจจุบันเป็นสายพันธุ์หลักของการแพร่ระบาดในเนเธอร์แลนด์ มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นสูงถึง 36,000 รายต่อวัน เป็นจำนวนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาด มีอัตราการติดเชื้อเฉลี่ยมากกว่า 30,000 รายต่อวันตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลก็มีความกังวลถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม และพยายามทำทุกขั้นตอนอย่างระมัดระวังเพื่อที่จะสามารถเปิดประเทศได้อีกครั้ง และเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565 นายกรัฐมนตรี Mark Rutte และนาย Ernst Kuipers รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาแถลงข่าวประกาศผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 โดยมีการผ่อนคลายมาตรการเพียงบางส่วน เนื่องจากยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของสายพันธุ์ Omicron เพื่อไม่ให้ระบบสาธารณสุขรับภาระหนักมากจนเกินไป โดยการผ่อนคลายมาตรการนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 15 มกราคม 2565 ไปจนถึงวันอังคารที่ 25 มกราคม 2565 รายละเอียดการผ่อนคลายมาตรการ มีดังนี้

  • ร้านค้าปลีกที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน สามารถเปิดให้บริการได้ถึงเวลา 17:00 น. โดยต้องรักษาระยะห่าง 1.5 เมตร สวมใส่หน้ากากอนามัย รักษามาตรการด้านสุขอนามัย และจำกัดจำนวนลูกค้าตามพื้นที่ในร้าน โดยจำกัดให้มีลูกค้า 1 คนต่อพื้นที่ 5 ตารางเมตร
  • กิจการหรือบริการที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับลูกค้าที่ไม่ใช่บริการทางแพทย์ เช่น ร้านตัดผม ร้านเสริมความงาม ร้านทำเล็บ สามารถเปิดให้บริการได้ถึงเวลา 17:00 น.
  • สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ให้กลับมาเปิดให้มีการเรียนการสอนได้ตามปกติ
  • การเล่นกีฬาทั้งในร่มและกลางแจ้ง และการฝึกซ้อม ให้สามารถทำได้ปกติ รวมถึงการแข่งขันภายในสโมสรของตนเอง แต่ยังไม่อนุญาตให้มีผู้เข้าชม และสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ต้องแสดงเอกสารรับรองโคโรนา
  • การฝึกซ้อมกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม เช่น ดนตรี ละคร และการเต้น ให้สามารถทำได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง และสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ต้องแสดงเอกสารรับรองโคโรนา
  • ให้มีการสวมใส่หน้ากากอนามัยในทุกกรณีที่ไม่สามารถรักษาระยะห่าง 1.5 เมตรได้ ไม่ว่าจะในอาคารหรือกลางแจ้ง เช่น สถานที่สาธารณะกลางแจ้งที่มีคนพลุกพล่าน ย่านร้านค้า และสถานที่ทำงาน โดยขอให้สวมใส่หน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่แนะนำให้สวมใส่หน้ากากอนามัยแบบผ้า
  • ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นมากกว่า 1 สัปดาห์ และผู้ติดเชื้อโควิดมาแล้วไม่เกิน 8 สัปดาห์ หากมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการป่วย ไม่จำเป็นต้องกักตัว
  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ผับ บาร์ (HORECA) ยังคงให้ปิดบริการในร้าน แต่อนุญาตให้สั่งและให้มารับตามสั่งจากที่ร้านได้
  • โรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ โรงละคร และห้องแสดงดนตรี ยังคงปิดทำการ
  • ร้านค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา/เครื่องใช้ส่วนตัว ให้เปิดบริการได้ถึงเวลา 20.00 น.
  • บริการที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนทางสังคม เช่น ปั๊มน้ำมัน โรงเรียนสอนขับรถ และสำนักงานทนายความ ให้เปิดบริการได้ตามเวลาทำการปกติ
  • ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการหลักอย่างเคร่งครัด ล้างมือบ่อย ๆ ใช้ข้อศอกปิดปากเวลาไอหรือจาม ไม่ทักทายกันด้วยการสัมผัสมือ หากมีอาการเข้าข่ายขอให้เข้ารับการทดสอบและอยู่บ้าน โดยให้สวมใส่หน้ากากอนามัยตามคำแนะนำ และเปิดหน้าต่างประตูให้ระบายอากาศ
  • ขอให้ทดสอบเมื่อมีคนมาเยี่ยมบ้านและก่อนที่จะไปเยี่ยมผู้อื่นที่บ้าน
  • ขอให้รับแขกที่บ้านได้ไม่เกิน 4 คนต่อวัน (อายุตั้งแต่ 13 ปี ขึ้นไป) โดยให้เยี่ยมหรือรับแขกที่บ้านได้เพียง 1 ครั้งต่อวัน
  • การรวมกลุ่มนอกบ้าน จำกัดให้รวมกลุ่มกันได้ไม่เกิน 4 คน (อายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป) ยกเว้นผู้ที่อาศัยในครัวเรือนเดียวกัน
  • ขอความร่วมมือให้ทำงานที่บ้านให้มากที่สุด
  • ขอให้ผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไปลดการพบปะกับผู้คนให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก และรักษาระยะห่าง 1.5 เมตร

อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า การผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจพุ่งสูงขึ้นไปถึง 80,000 รายต่อวัน จึงเน้นย้ำให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการสวมใส่หน้ากากอนามัยและการได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น

มาตรการล็อคดาวน์ประเทศได้รับการสนับสนุนน้อยลง มีหลายฝ่ายแสดงความไม่พอใจ และมีการออกมาประท้วงมาตรการดังกล่าว โดยที่ผ่านมาในช่วงล็อคดาวน์ประเทศซึ่งเป็นช่วงวันหยุดเทศกาล มีประชาชนเนเธอร์แลนด์จำนวนมากโดยเฉพาะนักช๊อปทั้งหลายได้เดินทางข้ามชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเบลเยี่ยมและเยอรมนีเพื่อจับจ่ายซื้อของ และถึงแม้รัฐบาลจะประกาศผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 แต่ก็ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังคงไม่พอใจ และนัดกันออกมาชุมนุมประท้วงมาตรการดังกล่าวของรัฐบาล

บทวิเคราะห์และความเห็น

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเนเธอร์แลนด์จะยังคงมีความรุนแรง มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้น และเป็นที่น่ากังวลอย่างมาก แต่รัฐบาลก็ยังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการบางส่วน เช่น ด้านการศึกษา และการกีฬา เนื่องจากพบว่าเยาวชนจำนวนมากได้รับผลกระทบโดยตรงจากการล็อคดาวน์ โดยมีเยาวชนจำนวนถึง 2 ใน 3 ที่มีความรู้สึกโดดเดี่ยว การเปิดโรงเรียนและสถานศึกษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากในการช่วยบรรเทาปัญหานี้แก่เยาวชนของประเทศ นอกจากนี้ นโยบายการเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นของรัฐบาลดำเนินไปด้วยความรวดเร็วและมีความคืบหน้าไปมาก แม้ว่าเนเธอร์แลนด์จะเริ่มมีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นช้ากว่าหลายประเทศในสหภาพยุโรปมาก แต่ปัจจุบันประชากรเนเธอร์แลนด์ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วมีสูงถึงร้อยละ 49.6 โดยตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ประชาชนสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องนัดหมายล่วงหน้า

แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิดและต้องศึกษาเกี่ยวกับสายพันธุ์ Omicron ให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อพิจารณาการปรับมาตรการต่อไปในอนาคต โดยในวันอังคารที่ 25 มกราคม 2565 รัฐบาลจะแจ้งให้ทราบว่าจะมีการปรับมาตรการอย่างไรต่อไป เพื่อให้สามารถป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron ได้ โดยคาดหวังว่าจะไม่ต้องประกาศเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการและไม่ต้องกลับมาประกาศปิดกิจการต่าง ๆ ที่เพิ่งจะประกาศผ่อนคลายในครั้งนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลจะมีการประกาศแผนยุทธศาสตร์โควิด-19 ของประเทศในระยะยาว (Country’s COVID-19 Strategy) ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ด้วย

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก (มกราคม 2565)

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *