เคนยายกเลิกมาตรการป้องกัน COVID-19 หลังพบตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่น้อย 1% หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้กลับมาขยายตัวได้ตามที่ควร

เคนยาประกาศยกเลิกมาตรการป้องกันโรค COVID 19 หลายมาตรการ จากการเปิดเผยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเคนยา นาย  Mutahi Kagwa  เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยมีมาตรการพอสรุปโดยสังเขปได้ดังนี้

1. ยกเลิกการบังคับการสวมใส่หน้ากากอนามัยในทุกกรณี เช่น การรวมตัวของผู้คนเป็นจำนวนมากในพื้นที่สาธารณะ โดยให้การสวมหน้ากากอนามัยเป็นไปโดยสมัครใจ แต่ไม่มีการบังคับและไม่มีความจำเป็นแล้วต่อไป

2. อนุญาตให้ผู้ให้บริการรถสาธารณะทุกชนิด สามารถให้บริการผู้โดยสารในจำนวนตามปกติ และไม่บังคับการสวมหน้ากากอนามัยต่อไป

3. ยกเลิกมาตรการกักตัวสำหรับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าประเทศเคนยา ในกรณีที่ได้รับการฉีดวัคชีนครบแล้ว โดยผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคชีนให้ทำการลงทะเบียนในระบบฐานข้อมูลที่รัฐกำหนดไว้เท่านั้น และรายงานอาการตามระยะเวลาที่กำหนด (ทั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการอื่นที่ทางสายการบินกำหนดไว้)

4. อนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมที่มีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมากในทุกกรณี ไม่ว่า การเข้าชมกีฬา การจัดงานประชุมสัมมนา และการทำกิจกรรมทางศาสนาหรือการเมือง โดยยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ ที่เคยห้ามไว้ เช่น การจำกัดจำนวนคน 1 ใน 3 ของความจุปกติในสถานที่นั้นๆ เป็นต้น

5. อนุญาตให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าต่างๆ ไม่ต้องแสดงผลตรวจ PCR หรือต้องตรวจ COVID ในการขนส่งสินค้าทั่วประเทศเคนยา ตามที่เคยมีข้อกำหนดไว้ ยกเว้น กรณีที่มีข้อสงสัยจากทางเจ้าหน้าที่ให้มีการตรวจเท่านั้น

โดยการยกเลิกมาตรการทั้งหมดข้างต้น กระทรวงสาธารณ์สุขเคนยา ได้ประกาศ โดยขอคำแนะนำจาก WHO แล้ว โดยในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาเคนยามีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนประมาณ 0-100 คนเท่านั้น และในปัจจุบันพบสัดส่วนผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 1 % จากกรณีที่มีการสุ่มตรวจจำนวน 5,000-10,000 คนต่อวัน เป็นระยะเวลาเกือบ 1 เดือนต่อเนื่องกัน จนเป็นเหตุสำคัญที่รัฐบาลตัดสินใจประกาศยกเลิกมาตรการดังกล่าว

ความเห็น

การยกเลิกมาตรการป้องกัน COVID ของเคนยาดังกล่าว แม้ในทางหนึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์จากคนทั่วไปว่า เป็นเพียงการเปิดทางให้นักการเมืองที่จะต้องทำการหาเสียงในช่วงก่อนเลือกตั้งทั่วไปในประเทศเคนยาในเดือนสิงหาคมปีนี้ ให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่มีข้อจำกัดก็ตาม แต่การยกเลิกมาตรการเหล่านี้ น่าจะทำให้ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบในช่วงการระบาด COVID 19 เช่น ภาคการท่องเที่ยว การขนส่งสินค้า โรงแรมและธุรกิจบริการต่างๆ การจัดประชุมและสัมมนาในเคนยา เป็นต้น สามารถกลับมาทำกิจกรรมด้านธุรกิจได้ดั่งเดิม และน่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในเคนยาไม่มากก็น้อย

สคต.มีความเห็นว่า สินค้าที่ไทยส่งออกมาเคนยาที่เกี่ยวกับธุรกิจด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยว เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ในโรงแรม อะไหล่รถยนต์ เป็นต้น จะได้รับผลบวกจากการยกเลิกมาตรการดังกล่าว เพราะจะทำให้มีการทำกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆมากขึ้น อันเป็นผลให้มีความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องมากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อที่เป็นผลจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมากในตลาดโลก และผลกระทบในการค้าและการส่งออกสินค้าระหว่างเคนยากับรัสเชียและยูเครน อาจเป็นปัจจัยลบที่อาจส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของเคนยาในปี 2565 ที่คาดว่าจะสูงถึง 5.5% อาจลดลงเหลือประมาณ 3.4-4% ได้ ซึ่งอาจทำให้การขยายตัวเป็นไปโดยต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งความหวังไว้

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี (มีนาคม 2565)
BUSINESS DAILY

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *