ห้าง Carrefour เลิกรับชื้อไข่ไก่ในเคนยาที่ไม่ผลิตภายใต้การเลี้ยงแบบ Cage Free Eggs สะท้อนความใส่ใจในสวัสดิภาพของอุตสาหกรรมสัตว์ในเคนยาที่มากขึ้น

ห้าง Carrefour ประกาศให้กลุ่มเกษตรกรและฟาร์มเลี้ยงไก่ในประเทศเคนยาทราบว่า นโยบายในการจัดชื้อของบริษัทที่รับนโยบายมาจากสำนักงานใหญ่ในดูไบ (Carrefour’s parent firm, Dubai-based Majid Al Futtaim) ว่า ต่อจากนี้ ห้างจะรับชื้อฟาร์มไข่ที่เลี้ยงในแบบ Cage Free Eggs หรือ การเลี้ยงแบบไข่ไก่ที่มาจากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ที่เป็นที่รู้จักในประเทศไทยและประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ ในอันที่จะทำให้เกิดสวัสดิภาพต่อสัตว์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เกษตรกรในเคนยาที่ยังไม่ปฎิบัติตามวิธีการเลี้ยงนี้ จะต้องปรับตัวและปรับปรุงการเลี้ยงให้มีคุณภาพและมาตราฐานมากขึ้น ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถเข้ามาขายได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์ที่ใส่ใจต่อผู้บริโภคอย่างหนึ่งของห้าง Carrefour ในตลาดเคนยา “Cage Free EGG”  ก็คือ ไข่ไก่ที่มาจากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) ได้ผลิตไข่ไก่จากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ โดยมาจากแม่ไก่สายพันธุ์คัดพิเศษ  และมีวิธีการเลี้ยงไก่ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์  หรือ   Animal Welfare  โดยสัตว์จะได้รับการเลี้ยงตามหลักอิสรภาพสัตว์ 5 ประการ (Five Freedoms of Ani-mals) ให้มีความเป็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม  มีสุขอนามัยที่ดี  มีที่อยู่สะดวกสบาย ได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ สามารถแสดงพฤติกรรมได้ตามธรรมชาติ เมื่อแม่ไก่ได้รับการเลี้ยงดูแบบธรรมชาติ ก็จะให้ไข่ไก่สดที่มีคุณภาพและปลอดสาร    

ที่สำคัญเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยอิสระในโรงเรือนระบบปิดที่มีการควบคุมโรค 100 %  ตามแนวทาง   Biosecurity Hi-Tech Farming ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยง มีพื้นที่ให้แม่ไก่ได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ และสามารถแสดงพฤติกรรมได้ตามธรรมชาติ  ทำให้ผลผลิตไข่ไก่สดคุณภาพ ไข่แดงมีสีส้มสด นูนสวย ไข่ขาวเป็นวงชัด  มีความสดมากกว่าไข่ไก่จากแม่ไก่สายพันธุ์เดิมที่เลี้ยงแบบยืนกรงทั่วไป

ด้วยเหตุนี้ ไข่ไก่  Cage Free Egg จึงมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย  ประกอบด้วย โปรตีนสูง  ซึ่งโปรตีนจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต การสร้างกล้ามเนื้อ  ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ   มีวิตามิน A ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง และบำรุงสายตา ช่วยในการมองเห็น   วิตามิน B1 เสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย   บำรุงสมอง กล้ามเนื้อ   และวิตามิน B2 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น  บรรเทาอาการอ่อนล้าของสายตา  บำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม  นอกจากนี้ ยังมีความสดกว่าไข่ไก่ทั่วไป และไม่มีกลิ่นคาว

Kevin Macharia หัวหน้าฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของ ประจำแอฟริกาตะวันออก ของกลุ่มทุน Majid Al Futtaim เจ้าของห้าง Carrefour ในเคนยา กล่าวว่า ซัพพลายเออร์ในภูมิภาคนี้จะต้องผลิตสินค้าที่จะเข้ามาจำหน่ายในห้างให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงที่กำหนดไว้ “เราจะทำการตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการบังคับใช้นโยบายหรือไม่ และพวกเขาต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ เพราะเราเข้าใจว่ามันเป็นกระบวนการ” นายมาชาเรียกล่าว

กลุ่ม Majid Al Futtaim ลงนามในนโยบายด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มภายใต้ The Humane League ซึ่งให้คำมั่นให้บริษัทต่างๆ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท จะส่งเสริมระบบการเลี้ยงสัตว์ที่ใส่ใจในสวัสดิภาพของสัตว์ เช่น การเลี้ยงภายนอกอาคารแบบไม่มีกรง ระบบเลี้ยงสัตว์แบบปล่อยอิสระ และอาหารสัตว์ออร์แกนิก เป็นต้น

“ภายใต้ความมุ่งมั่นที่มีมายาวนานในการเป็นผู้นำในตลาดทั้งหมดที่เราดำเนินการ Majid Al Futtaim Retail มีความภูมิใจที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดแก่ลูกค้า และที่ผลิตโดยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” Majid Al Futtaim Retail กล่าวเสริมในแถลงการณ์

นโยบายนี้จะค่อยๆ นำมาใช้ก่อน จะบรรลุเป้าหมายของกลุ่มบริษัทที่ตั้งไว้ในปี 2573

การประกาศของคาร์ฟูร์ อาจกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวทางการทำฟาร์มในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลิตไข่ขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ตู้ฟักไข่เพื่อการผลิตจำนวนมากและรวดเร็วขึ้นและผลกำไร ซึ่งถือเป็นการทรมานสัตว์อย่างหนึ่งในตลาดฟาร์มไก่ของโลก

นโยบายดังกล่าว จะทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกแบรนด์คาร์ฟูร์ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรวมถึงเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ โดยคาดว่าจะมีผลสมบูรณ์ครอบคลุมในทุกสินค้าของห้าง ภายในปี 2566

นโยบายด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มจะครอบคลุมภาระผูกพันทางธุรกิจและตำแหน่งในมาตรฐานสวัสดิการที่สำคัญ ประเทศอิสลามยังมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดสำหรับการฆ่าเนื้อสัตว์อย่างมีมนุษยธรรมซึ่งสัตว์ถูกฆ่าก่อนที่จะถูกทำให้หมดสติถือว่าผิดกฎหมาย

“การประกาศของ Majid Al Futtaim ในการหาแหล่งไข่ที่ปลอดจากกรงของ Carrefour ทั้งหมด จะช่วยลดความทุกข์ทรมานของแม่ไก่จำนวนนับไม่ถ้วน” Aaron Ross รองประธานฝ่ายนโยบายและกลยุทธ์ของ The Humane League กล่าว “นโยบายนี้แสดงให้เห็นว่า Majid Al Futtaim มีความกล้าหาญอย่างแท้จริงในความเชื่อมั่น ความฉลาดทางการตลาดที่ล้ำสมัย และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าและซัพพลายเออร์”

โดยในปัจจุบัน คาร์ฟูร์มีสาขาในประเทศ เคนยา ยูกันดา แทนซาเนีย และรวันดา ซึ่งคาดว่า บริษัทจะเริ่มประกาศแนวทางดังกล่าวกับหลายประเทศนอกจากเคนยาต่อไป

ความเห็นของ สคต.

การดำเนินการของ Carrefour กล่าว แสดงให้เห็นว่า ผู้ผลิตสินค้าในโลก จะต้องเริ่มหาวิธีการผลิตสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์หรือสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง ซึ่งตรงกับประเทศไทยและกระทรวงพาณิชย์ที่พยายามให้ผู้ประกอบการและผู้ผลิตในประเทศไทยหันมาพัฒนาการผลิตแนวทางเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า BCG Model ซึ่งก็คือ โมเดลธุรกิจใหม่ ที่นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาผสมผสานการใส่ใจสิ่งแวดล้อมตามหลัก 3 องค์ประกอบเดิม ได้แก่ B คือ Bio Economy (เศรษฐกิจชีวภาพ) + C คือ Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) และ G คือ Green Economy (เศรษฐกิจสีเขียว) มาปรับให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในส่วนของประเทศไทย

ผู้ส่งออกควรเริ่มศึกษาว่า สินค้าของตนสามารถพัฒนาแนวทางนี้อย่างไรได้บ้าง จะเห็นได้จากที่แม้เคนยาที่เป็นประเทศที่ระดับการพัฒนาน้อยกว่าไทย ยังต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับแนวทางการตลาดหรือการผลิตของโลกดังกล่าว เช่นเดียวกับที่ห้าง Carrefour นำนโยบายนี้มาใช้กับสาขาในประเทศเคนยาเป็นที่แรกในแอฟริกา ทำให้หากผู้ส่งออกไม่ปรับตัวแล้ว การส่งออกหรือผลิตสินค้าในอนาคตก็จะยิ่งทำการตลาดได้ยากขึ้นตามลำดับ จากกระแสที่เกิดในโลกดังกล่าว

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี (มีนาคม 2564)
The East African

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *