สินค้าที่แทบไม่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อในแคนาดา (สินค้าเสื้อผ้า)

ความท้าทายของการฟื้นตัวเศรษฐกิจแคนาดาในปี 2565 นอกจากปัจจัยความเสี่ยงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ๆ หรือโอกาสพบไวรัสกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ ๆ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่มีท่าทีจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งทุกวันนี้ผู้บริโภคได้เริ่มรับรู้ถึงผลกระทบของเงินเฟ้อในชีวิตประจำวัน ที่ราคาสินค้าวัตถุดิบอาหาร ราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าเดินทางได้ปรับสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 โดยตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดในพฤศจิกายน 2564 อยู่ที่ระดับ 4.7% ที่พุ่งสูงสุดเกือบในรอบ 20 ปี ทั้งนี้ได้มี 1 กลุ่มสินค้า ซึ่งเป็นสินค้าปัจจัยขั้นพื้นฐานที่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อเลย หรือมีการปรับราคาสินค้าขึ้นน้อยมากในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่สินค้ากลุ่มเสื้อผ้า โดยอัตราเงินเฟ้อในสินค้ากลุ่มนี้จากสถิติล่าสุดในเดือน พฤศจิกายน 2564 อยู่ที่ระดับ 0.7% (เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อในภาพรวมที่ 4.7%) นอกจากนี้หากเปรียบเทียบอัตราเงินของสินค้าเสื้อผ้ากับตัวเลขเมื่อสองปีก่อน (พฤศจิกายน 2562) ก่อนช่วง Covid-19 จะพบว่าราคาเฉลี่ยของสินค้าเสื้อผ้ามีอัตราติดลบ -1.6%      

อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดสหรัฐฯ ราคาเสื้อผ้าและรองเท้าได้ปรับเพิ่มขึ้น 5% ในปี 2564 แต่นักวิเคราะห์มองว่าในปีที่ผ่านมา ในปี 2563 ราคาของสินค้ากลุ่มนี้ได้ปรับลดอย่างมาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่กักตัวอยู่บ้าน ทำงานจากบ้าน ไม่มีความจำเป็นในการซื้อสินค้าเสื้อผ้ารองเท้าใหม่ ๆ ทำให้สินค้ากลุ่มนี้ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม ระยะยาวในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาจะพบว่า ราคาสินค้าเสื้อผ้าในสหรัฐฯ ได้ปรับลดลง -7.9% ในขณะที่ราคาสินค้าเสื้อผ้าในแคนาดาลดลง -11% เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ได้ปรับสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ที่ราคาสินค้าตั้งแต่ เสื้อยืด ถุงเท้า เสื้อสูท ได้มีราคาปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีราคาขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปรากฏการณ์ดังกล่าวได้สะท้อนถึงการแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ที่กลุ่มสินค้านี้ จะต้องรีบจำกัดสต็อกสินค้าและปรับให้เข้ากับเทรนด์กระแสแฟชั่นอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้อุตสาหกรรมผู้ผลิตสินค้าเสื้อผ้านั้น ได้มีการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตอยู่ตลอดเวลา ที่เคลื่อนย้ายแหล่งค่าแรงที่ต่ำแล้ว ไปยังประเทศที่ต่ำกว่า (อีก) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งในช่วงตั้งแต่ก่อน Pandemic ซับพลายเสื้อผ้าในแต่ละปีทั่วโลกนั้นมีปริมาณการผลิตมากกว่าดีมานต์  ที่เกิดภาวะ “Oversupply” มานานหลายปีแล้ว โดยแต่ละปี ผู้ผลิตได้มีการทิ้งสินค้าใหม่จำนวนมาก ที่ผลิตขึ้นมาแล้วแต่ไม่สามารถจำหน่ายได้ถูกทิ้งเป็นขยะซึ่งแย่กับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ในช่วงทศทวรรษ 1970 เสื้อผ้าที่จำหน่ายในสหรัฐฯ กว่า 70% จะถูกผลิตในประเทศ แต่ภายหลังการเปิดประเทศและการโยกย้ายฐานการผลิตตามกระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) ไปยังประเทศที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่า ภายในปี 2012 มีเสื้อผ้าเพียง 2.5% ที่ถูกผลิตขึ้นในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามราคาเสื้อผ้า ตามความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีการตั้งราคาสะท้อนถึงต้นทุน อาทิ ถ้าหากเสื้อยืดในร้านค้า มีราคา 10 เหรียญ/ตัว เสื้อโค้ตกันหนาวราคา 20 เหรียญ/ตัว (ที่ใช้วัตถุดิบมากกว่า) ราคาของบิกินี่ (ชุดว่ายน้ำสตรี) ควรจะต้องอยู่ระดับ 1 เหรียญ/ชิ้น หากคำนวณจากต้นทุนวัตถุดิบและแรงงาน แต่ความเป็นจริงแล้ว ราคาสินค้าเสื้อผ้า แฟชั่นนั้นมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับแบรนด์ คุณภาพวัตถุดิบ ฯลฯ แต่ผู้ผลิตทุกรายก็ยังมุ่งหาแหล่งผลิตที่มีต้นทุนที่ต่ำที่สุด เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน แต่ก็สะท้อนได้ว่า ราคาปลีก ไม่ได้เป็นไปตาม ราคาต้นทุนการผลิต

ถึงแม้ว่าในช่วง Covid-19 อุตสาหกรรมผู้ผลิตเสื้อผ้าทั่วโลกจะได้รับกระทบ อาทิ เสื้อผ้าของยี่ห้อ Nike และ Lululemon (ยี่ห้อเสื้อโยคะชื่อดังของแคนาดา) ได้ย้ายฐานการผลิตชั่วคราวไปประเทศอื่น ๆ เนื่องจากโรงงานของบริษัทในเวียดนามถูกสั่งปิดชั่วคราวจากการแพร่ระบาด Covid-19 รวมถึงต้นทุนผ้าฝ้าย (Cotton) ที่สูงขึ้น ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ปรับสูงขึ้น 300-500% ที่ผลิตหลายรายต้องใช้การขนส่งทางอากาศแทน แม้ว่าจะมีต้นทุนที่สูงก็ตาม แต่อุตสาหกรรมเสื้อผ้าได้มีการปรับตัวและมีความยืดหยุ่นสูง เนื่องจากเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีอัตรากำไร (Profit Margin) สูงกว่าสินค้าอื่น ๆ โดยเฉพาะหากเป็นสินค้าที่มีแบรนด์ มีชื่อเสียง

ในปี 2563 วิกฤต Covid-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างมากกับอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่ยอดจำหน่ายเสื้อผ้าลดลง เนื่องจากคนส่วนใหญ่กักตัวอยู่บ้าน ทำงานจากบ้าน ไม่ได้มีโอกาสไปพบปะผู้คนมากนัก ทั้งนี้หลังจากแคนาดาเริ่มเปิดเมืองมากขึ้น ยอดจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องประดับต่าง ๆ ได้เริ่มปรับดีขึ้น โดยในเดือน พฤศจิกายน 2564 มียอดจำหน่ายในประเทศ 3 พันล้านเหรียญฯ ซึ่งเป็นตัวเลขในระดับเกือบเทียบเท่าในช่วงก่อน Pandemic ที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แต่ราคาของสินค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับสินค้ากลุ่มอื่น ๆ  

ความเห็น

ปัจจัยความเสี่ยงของเศรษฐกิจแคนาดาและทั่วโลกในปี 2565 มาจากปัญหาเงินเฟ้อ ที่ราคาสินค้าเกือบทุกประเภทได้มีสัญญาณปรับสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ตั้งแต่สินค้า อาหาร น้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าครองชีพอื่น ๆ ในภาพรวม แต่มี 1 กลุ่มสินค้าซึ่งเป็นสินค้าปัจจัยพื้นฐาน ที่แทบไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ หรือได้รับผลกระทบน้อยกว่าสินค้าอื่น ๆ ได้แก่ “สินค้าเสื้อผ้า” ราคาสินค้าเกือบทุกกลุ่มในแคนาดาปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.7% ในขณะที่ราคาสินค้าเสื้อผ้าปรับเพิ่มเพียง 0.7% (ตัวเลขสถิติล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2564) ทั้งนี้สาเหตุหลักที่ราคาสินค้าเสื้อผ้าไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากเท่ากับสินค้าอื่น มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่  

1) ภาวะ Oversupply อุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้านั้นอยู่ในภาวะ Oversupply มาตั้งแต่ก่อน Pandemic ที่แต่ละปีจะมีการผลิตมากกว่าที่ตลาดจะรองรับได้ และเป็นสินค้าแฟชั่นที่ต้องปรับเปลี่ยนเร็วทุก ๆ ปี

2) สินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (High Profit Margin) เสื้อผ้าเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงกว่าสินค้าขั้นพื้นฐานชนิดอื่น ๆ การตั้งราคาสินค้าส่วนใหญ่นั้น ไม่ได้ตั้งราคาสะท้อนตามต้นทุน เหมือนกับสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) อาทิ ข้าว อาหารกระป๋อง (ที่มีอัตรากำไรต่ำ) แต่เป็นการตั้งราคาตามแบรนด์ ภาพลักษณ์สินค้า และผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จับจ่าย หรือเลือกซื้อสินค้าที่ราคาต่ำที่สุดเสมอไป โดยเลือกตามรสนิยม ดีไซน์ ที่ราคาที่จับจ่ายไม่ได้สะท้อนกับต้นทุนวัตถุดิบมากนัก

3) พฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วในช่วง Pandemic ที่ไม่มีความจำเป็นในการจับจ่ายสินค้าเสื้อผ้า เนื่องจากคนส่วนใหญ่ทำงานอยู่มาก ไม่ได้มีโอกาสในการพบปะเข้าสังคม ทำให้ดีมานต์ของสินค้ากลุ่มลดลงอย่างมากในปี 2563 – 2564 อย่างไรก็ตามมูลค่าการจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้า ได้เริ่มฟื้นตัวไปพร้อม ๆ กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การเปิดเมืองในแคนาดา แต่สินค้าเสื้อผ้ามีความยืดหยุ่นต่อภาวะเงินเฟ้อมากกว่าสินค้าอื่น ๆ  ทั้งนี้ผู้ประกอบการไทยในยุค Post Pandemic ควรปรับรูปแบบสินค้าเสื้อผ้าที่เน้นการใช้นวัตกรรม อาทิ การใช้เส้นใยเทคโนโลยีที่แห้งไวไม่อมเหงื่อ (Breathable Fabric) เส้นใยจากกัญชง เป็นต้น ที่เป็นการสร้างคุณค่าเสริม (Value Added) ให้กับสินค้าเสื้อผ้าของไทย

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโทรอนโต (มกราคม 2565)

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *