สินค้าของแต่งบ้านยังมีอนาคตสดใสแม้ตลาดบ้านสหรัฐฯ จะชะลอตัว

ตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ซึ่งปกติจะมีแนวโน้มขยายตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปีอาจจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อบ้านที่ขณะนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจจะส่งผลทำให้เกิดภาวะชะลอตัวทางด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ได้หลังจากที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องมากว่า 2 ปี

ปัจจัยด้านการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีอิทธิพลอย่างมากต่อการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากชาวอเมริกันส่วนใหญ่ต้องทำงานจากบ้าน (Work from Home) ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดทำให้มีผู้บริโภคจำนวนมากตัดสินใจลงทุนซื้อบ้านที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น

โดยในปีที่ผ่านมาที่สหรัฐฯ มียอดจำหน่ายบ้านขยายตัวเพิ่มสูงสุดในรอบ 15 ปีนับตั้งแต่ปี 2549 จนทำให้จำนวนบ้านพร้อมขายในตลาดแทบจะมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ผู้รับเหมาในตลาดต่างเร่งการก่อสร้างบ้านใหม่เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของตลาด ในขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าขนส่ง และค่าแรงงานต่างปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากภาวะขาดแคลนสินค้าเนื่องจากภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ส่งผลต่อห่วงโซ่การผลิต (Supply Disruption) ทำให้ไม่สามารถผลิตและส่งออกสินค้าได้เต็มศักยภาพ เป็นผลให้ราคาบ้านในตลาดปรับตัวสูงขึ้นมาก

ทั้งนี้ ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อบ้านในตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจนเกินอัตราร้อยละ 5 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2554 ประกอบกับปัจจัยด้านราคาบ้านในตลาดที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะการขาดแคลนสินค้าอุปกรณ์ก่อสร้าง อาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านโดยรวมปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมากจนทำให้ชาวอเมริกันที่ต้องการซื้อบ้านในตลาดตัดสินใจชะลอการซื้อบ้านออกไปก่อน

Mr. Ralph McLaughlin หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัท Kukun ผู้วิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเขาเชื่อว่าปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นในขณะนี้ น่าจะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เกิดการชะลอตัวลงอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าการชะลอตัวไม่น่าจะส่งผลกระทบที่รุนแรงมากนักน่าจะเป็นเพียงการปรับตัวเข้าสู่ภาวะดุลยภาพใหม่ของตลาด

ข้อมูลจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐฯ (The National Association of Realtors) ระบุว่า ช่วงฤดูใบไม้ผลิในสหรัฐฯ (ระหว่างเดือนมีนาคม – มิถุนายน) เป็นช่วงที่ชาวอเมริกันมักจะตัดสินใจเลือกซื้อบ้านมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 40 ของยอดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของทั้งปี เนื่องจากมีสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการขนย้ายสิ่งของ และเหมาะสำหรับการย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยเพื่อเตรียมความพร้อมของบุตรหลานก่อนการเปิดภาคเรียน

สำหรับในปีนี้คาดว่า ตลาดซื้อขายบ้านน่าจะยังคงคึกคักอยู่พอสมควรเนื่องจากผู้บริโภคในตลาดหลายรายที่พลาดโอกาสซื้อบ้านในปีที่ผ่านมายังคงต้องการซื้อบ้านในปีนี้ อย่างไรก็ตาม สภาพการแข่งขันอาจจะไม่รุนแรงมากเท่ากับปีที่แล้วซึ่งอัตราดอกเบี้ยในตลาดอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำมากทำให้ผู้บริโภคในตลาดส่วนใหญ่เร่งทำสัญญาเพื่อคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระดับต่ำ

ในขณะที่ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยอสังหาริมทรัพย์ในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็วและถือว่าเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบ 35 ปี โดยข้อมูลจาก Freddie Mac ผู้ให้บริการกู้ยืมเพื่ออสังหาริมทรัพย์รายงานอัตราดอกเบี้ยอสังหาริมทรัพย์คงที่ 30 ปี (30-Year Fixed-Rate Mortgage) ในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.22 เมื่อต้นปีที่ผ่านเป็นร้อยละ 5.00 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อต้นทุนการซื้อบ้านในตลาดและน่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านในอนาคตเนื่องจากปัจจุบันต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการให้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลบริษัท LendingTree Inc. ระบุว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมซื้อบ้านที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 3.04 เป็นร้อยละ 5.00 จะทำให้ผู้กู้ซื้อบ้านในราคา 300,000 ดอลลาร์สหรัฐมีต้นทุนค่าผ่อนชำระเงินกู้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอย่างน้อยเดือนละประมาณ 339 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งไม่รวมภาษีและค่าประกันอสังหาริมทรัพย์

รายงานการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันของบริษัท Fannie Mae ผู้ให้บริการกู้ยืมเพื่ออสังหาริมทรัพย์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาระบุว่า สัดส่วนผู้บริโภคชาวอเมริกันที่เห็นว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการซื้อบ้านลดลงเหลือเพียงไม่ถึงร้อยละ 25 เท่านั้นเทียบกับร้อยละ 53 ของช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัท Redfin Corporation ตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ยังรายงานสัญญาณการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ที่เริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นตามเมืองใหญ่ที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น เช่น เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เมือง Seattle รัฐวอชิงตัน และเมือง Boston รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์บางรายยังเชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ จะไม่หดตัวรุนแรงมากนักเนื่องจากยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการซื้อบ้านด้วยเงินสดในอุตสาหกรรมอยู่ราวร้อยละ 25 นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่ขายบ้านเดิมเพื่อไปซื้อบ้านใหม่อีกจำนวนหนึ่งด้วย ซึ่งผู้บริโภคเหล่านี้มักจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้นมากนักและน่าจะยังคงตัดสินใจเลือกซื้อบ้านในปีนี้อยู่ อีกทั้ง ยังคงมีผู้บริโภคอีกบางส่วนที่จะเร่งตัดสินใจทำสัญญากู้ซื้อบ้านเพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำที่สุดที่จะพอหาได้ในขณะนี้

บทวิเคราะห์: ตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ได้รับอานิสงค์จากมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำประกอบกับมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ทำให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันบางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่ไม่จำเป็นต้องหาที่พักอาศัยใกล้กับที่ทำงานตัดสินใจขยับขยายเลือกซื้อบ้านนอกเขตชุมชนหรือเมืองใหญ่เนื่องจากต้องใช้เวลาทำงานและอยู่ในบริเวณบ้านเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่องในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าปัจจัยด้านการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนค่าขนส่ง และวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม และไม้ ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจะผลักดันให้ราคาบ้านในตลาดปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม

อย่างไรก็ดี ปัจจัยด้านอัตราเงินเฟ้อในตลาดสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องโดยล่าสุดอยู่ที่ระดับร้อยละ 8.5 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมากดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องพิจารณาดำเนินมาตรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในตลาดเพื่อชะลอการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้พิจารณาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกไปแล้ว 25 – 50 จุด (Basis points หรือ ร้อยละ 0.25 – 0.50) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแผนที่จะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกอย่างน้อย 6 ครั้งภายในปีนี้

โดยแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ส่งผลทำให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินในตลาดต่างทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมสำหรับอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นส่งผลทำให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระบ้านสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวน่าจะมีอิทธิพลสำคัญทำให้ผู้บริโภคบางส่วนตัดสินใจชะลอการซื้อบ้านลงบ้าง แต่โดยรวมเชื่อว่าผู้บริโภคบางส่วนที่ต้องการซื้อบ้านจะเร่งกระบวนการซื้อบ้านให้เร็วขึ้นเพื่อคงอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะหาได้ในขณะนี้และเพื่อให้ทันกับช่วงใบไม้ผลิซึ่งเหมาะสำหรับการปรับปรุง ก่อสร้าง และการขนย้ายมากที่สุด ดังนั้น เชื่อว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ตลาดบ้านสหรัฐฯ คาดว่าจะยังคงมีแนวโน้มทรงตัว และยังคงน่าจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมอุปกรณ์ก่อสร้างและตกแต่งบ้านในสหรัฐฯ ให้ขยายตัวได้ต่อไป

ในส่วนของภาคการนำเข้าที่ผ่านมาแม้ว่าปัจจัยด้านการขนส่งระหว่างประเทศและราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวของตลาดสินค้าอุปกรณ์ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน แต่สหรัฐฯ ยังคงมีมูลค่าการนำเข้าสินค้าเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้ากลุ่มอุปกรณ์ก่อสร้างและของตกแต่งบ้านเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.63 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยนำเข้าสินค้าจากจีน (ร้อยละ 24.70) รองลงมา ได้แก่ เม็กซิโก (ร้อยละ 13.91) แคนาดา (ร้อยละ 12.77) เวียดนาม (ร้อยละ 10.26) และบราซิล (ร้อยละ 3.91) ตามลำดับ

สำหรับประเทศไทยมีสัดส่วนส่งออกไปยังสหรัฐฯ เป็นอันดับที่ 16 มูลค่ารวม 237.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 57.73 คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดทั้งสิ้นร้อยละ 1.42 ของมูลค่าการนำเข้าของสหรัฐฯทั้งหมด สินค้าส่งออกสำคัญของไทยในตลาด ได้แก่ สินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายใน (+ร้อยละ 33.91) สินค้าหินและปูนซีเมนต์ (+ร้อยละ 138.65) เหล็กและโลหะ (+ร้อยละ 176.38) สินค้าไม้และอุปกรณ์ก่อสร้าง (+ร้อยละ 555.96) และสินค้าอิฐก่อสร้าง (+ร้อยละ 229.22) ตามลำดับ

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ: โดยรวมแม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านในตลาดสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อบ้านในตลาดแต่คาดว่าไม่น่าจะส่งผลทำให้เกิดการชะลดตัวของตลาดที่รุนแรงมากนัก เนื่องจากปัจจัยด้านอุปทานบ้านในตลาดสหรัฐฯ ที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการประกอบกับปัจจัยด้านฤดูกาลซึ่งน่าจะช่วยให้ตลาดบ้านในสหรัฐฯ ทรงตัวในช่วงกลางปีนี้และยังคงเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกสินค้าอุปกรณ์ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านจากไทยในปีนี้

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านการดำเนินนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero Covid) ของจีนที่เพิ่งจะประกาศปิดเมืองเซี่ยงไฮ้เมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมายังส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าจากจีนซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่สำคัญของสหรัฐฯ ทำให้ผู้นำเข้าสหรัฐฯ ที่ต้องการนำเข้าสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสนใจที่จะนำเข้าสินค้าทดแทนจากประเทศอื่นเพิ่มมากขึ้นด้วย จึงน่าจะยังคงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดส่งออกไปยังสหรัฐฯ ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรที่จะศึกษาแนวโน้มความต้องการและรสนิยมการบริโภคสินค้าของผู้บริโภคในตลาดเป้าหมายเพื่อให้สามารถพัฒนาสินค้าที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันนอกจากผู้บริโภคชาวอเมริกันจะให้ความสนใจเลือกซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่มีคุณภาพแข็งแรงทนทาน การออกแบบที่ทันสมัยและใช้งานง่ายแล้ว การเลือกใช้วัสดุที่ผลิตจากธรรมชาติ วัสดุหมุนเวียและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้ไผ่ ดินเผา พลาสติกนำกลับมาใช้ ดอกไม้และกิ่งไม้แห้ง ที่ผู้ประกอบการไทยค่อนข้างมีความได้เปรียบคู่แข่งด้านฝีมือและสามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพในระดับราคาเหมาะสม ก็น่าจะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้โดยอาจจะเพิ่มเติมเรื่องราวที่เป็นแรงจูงใจในการผลิตสินค้าที่ต้องใช้งานฝีมือเข้ามาสร้างสรรชิ้นงานให้เป็นที่น่าสนใจและเลือกหาไปใช้หรือไปประดับในบ้าน

นอกจากนี้ การพิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าศักยภาพในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันผู้จัดงานส่วนใหญ่ได้เริ่มกลับมาจัดงานตามปกติแล้ว เช่น งานแสดงสินค้า The Atlanta International Gift & Home Furnishings Market. 2022 ระหว่างวันที่ 12 – 18 กรกฎาคม 2565 ณ ศูนย์แสดงสินค้า AmericasMart เมือง Atlanta รัฐจอร์เจีย ก็น่าจะมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการพบปะเจรจาการค้ากับผู้นำเข้าในตลาดและขยายตลาดส่งออกสินค้าในสหรัฐฯ ได้มากขึ้นด้วย

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองไมอามี (เมษายน 2565)
หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal เรื่อง: “Decade-High Mortgage Rates Pose Threat to Spring Housing Market” โดย: Nicole Friedman

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *