รายงานสินค้าผลิตภัณฑ์จากกระท่อมในตลาดสหรัฐอเมริกา

1. สินค้ากระท่อม

ต้นกระท่อม (Kratom) หรือชื่อทางวิทยาศาตร์ Mitragyna speciosa เป็นพืชในเขตเมืองร้อนอยู่ในตระกูลต้นกาแฟ พบมากในประเทศแถบเอเชียโดยเฉพาะประเทศไทย ในอดีตมักถูกบริโภคด้วยการเคี้ยวใบสดหรือนำใบแห้งไปชงเป็นชา เพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดความกระปรี้กระเปร่า และช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน อีกทั้ง บางพื้นที่ยังเคยใช้ใบกระท่อมสำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และใช้เป็นยาในการรักษาอาการปวดเมื่อย ท้องร่วง รวมถึงการรักษาอากาผู้ที่ติดยาเสพฝิ่นด้วย เนื่องจากใบกระท่อมประกอบด้วยสารอัลคาลอนยด์ (Alcaloid) หลายชนิดที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีนและสารเสพติดอื่น ๆ เช่น mitragynine (C23H30N2O4) และ 7-hydroxymitragynine (C23H30N2O5) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อตัวรับโอปิออยด์ (Opioid Receptor) ภายในสมอง โดยหากบริโภคในปริมาณไม่มากนักจะทำให้ตื่นตัวและกระปรี้กระเปร่า และหากบริโภคในปริมาณมากทำให้เกิดภาวะสงบรู้สึกผ่อนคลายและลดอาการเจ็บปวด

ปัจจุบันอินโดนีเซียเป็นผู้เพาะปลูกและส่งออกกระท่อมรายใหญ่ที่สุดของโลก มีสัดส่วนการส่งออกสูงถึงร้อยละ 95 ของปริมาณการส่งออกทั่วโลก ส่วนที่เหลือส่งออกจากมาเลเซีย ไทย และเวียดนาม อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากฎหมายอินโดนีเซียปัจจุบันจะยังคงอนุญาตให้ผู้ประกอบการภายในประเทศเพาะปลูกและส่งออกกระท่อมก็ตาม แต่ปัจจุบันองค์กรยาเสพติดแห่งชาติของอินโดนีเซีย (Indonesian National Narcotics Agency หรือ BNN) กำลังอยู่ในระหว่างการผลักดันการบังคับใช้กฎหมายห้ามทำการเพาะปลูกและส่งออกกระท่อมในประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ได้ภายในปี 2567 (จากเดิมตั้งเป้าจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2565) ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสสำหรับประเทศผู้ผลิตรายอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศไทยที่เพิ่งจะประกาศปลดพืชกระท่อมออกจากรายการยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ภายใต้พระราชบัญญัติสารเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2564

2. ตลาดสินค้ากระท่อมในสหรัฐฯ

กระท่อมเริ่มเป็นที่รู้จักในสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงยุค 90 ในกลุ่มธุรกิจร้านยาสูบ (Smoke Shop) แต่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก โดยในปี 2016 คาดว่ามีจำนวนผู้ใช้กระท่อมทั่วสหรัฐฯ เพียงประมาณ 8,000 คนเท่านั้น โดยกระท่อมเริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกันมากขึ้น เนื่องจากกระแสการเปิดเสรีด้านการใช้กัญชาทางการแพทย์และเพื่อการผ่อนคลายมากขึ้นในสหรัฐฯ โดยผู้บริโภคชาวอเมริกันบางส่วนเชื่อว่ากระท่อมออกฤทธิ์คล้ายสารเสพติด แต่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่าสามารถช่วยลดความเครียด อาการนอนไม่หลับ อาการเจ็บปวด และช่วยฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาเสพติดประเภทอื่น อีกทั้ง ยังเป็นสินค้าประเภทอาหารเสริม (Supplement) ที่ไม่ถือว่าผิดกฎหมายในระดับรัฐบาลกลางด้วย

2.1 ขนาดตลาดและแนวโน้มตลาด

สหรัฐฯ ถือเป็นตลาดผู้บริโภคสินค้าจากกระท่อมที่ใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็นมูลค่าตลาดทั้งสิ้นประมาณ 1.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ปัจจุบันคาดว่ามีชาวอเมริกันที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากกระท่อมประมาณ ​11 – 15 ล้านคนในสหรัฐฯ

2.2 ผู้ประกอบการสินค้ากระท่อมในสหรัฐฯ

ปัจจัยด้านความนิยมบริโภคสินค้าจากกระท่อมของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาส่งผลทำให้อุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก และดึงดูดให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้คาดว่า มีผู้ประกอบการนำเข้าแปรรูปหรือจำหน่ายสินค้าจากกระท่อมมากกว่า 100 รายในสหรัฐฯ โดยผู้ประกอบการจำหน่ายปลีกสินค้ากระท่อมที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมในตลาดสหรัฐฯ ได้แก่

2.3 ข้อมูลการนำเข้าสินค้ากระท่อมของสหรัฐฯ

สินค้ากระท่อมที่สหรัฐฯ นำเข้าสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ใบกระท่อมอบแห้ง (HS Code 121190) และกระท่อมแปรรูปส่วนใหญ่อยู่ในรูปผง (HS Code 130190) โดยในช่วงระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน 2564 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้ากระท่อมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยเป็นปริมาณทั้งสิ้น 1,755.94 ตัน คิดเป็นอัตราการขยายตัวร้อยละ 1,065.89 แบ่งเป็นสินค้าใบกระท่อมอบแห้งเป็นปริมาณทั้งสิ้น 912.61 ตัน และสินค้ากระท่อมแปรรูปเป็นปริมาณทั้งสิ้น 843.33 ตัน ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า สหรัฐฯ เริ่มมีปริมาณนำเข้าสินค้ากระท่อมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของชาวอเมริกัน ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนในตลาดหันไปเลือกใช้สินค้าจากกระท่อมเพื่อคลายเครียด และการผ่อนคลายมากขึ้น โดยสหรัฐฯ นำเข้าสินค้ากระท่อมเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 95) มาจากอินโดนีเซีย

ตารางแสดง: ข้อมูลการนำเข้าสินค้ากระท่อม ปี 2562 – 2564 (มกราคม – กันยายน)

มูลค่า: ตัน

สินค้า25622563เปลี่ยนแปลง % (63/62)2563 ม.ค. – ก.ย.2564     ม.ค. – ก.ย.เปลี่ยนแปลง % (64/63)
ใบกระท่อมอบแห้ง (HS Code 121190)103.80364.92351.56164.74912.61553.96
กระท่อมแปรรูป (HS Code 130190)600.65N/A843.33N/A
รวม 103.80965.57930.22164.741,755.941,065.89
หมายเหตุ: ไม่พบข้อมูลปริมาณการนำเข้าช่วงก่อนปี 2562
ที่มา: Datamyne

2.4 ประเภทของกระท่อมที่จำหน่ายในสหรัฐฯ

สินค้ากระท่อมสามารถจำแนกออกตามประเภทของสีเส้นใบ (Vein) ซึ่งแตกต่างกันตามอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตใบกระท่อมแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

2.4.1 กระท่อมขาว (White Vein Kratom) เป็นกระท่อมที่ผลิตจากใบที่มีอายุอ่อนลักษณะเส้นใบจะมีสีขาวได้รับความนิยมมากในตลาด เชื่อว่าสามารถช่วยเพิ่มกำลังและช่วยทำให้มีอารมณ์ดีคลายเครียด โดยมีประเภทแยกย่อยออกไปตามแหล่งเพาะปลูกอีก เช่น กระท่อมขาวไทย (White Thai Kratom) กระท่อมขาวสุมาตรา (White Sumatra Kratom) และกระท่อมขาวอินโด (White Vein Indo) เป็นต้น

2.4.2 กระท่อมเขียว (Green Vein Kratom) เป็นกระท่อมที่ผลิตจากใบที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไปลักษณะเส้นใบจะมีสีเขียวมีฤทธิ์คล้ายกับกระท่อมขาวแต่อ่อนกว่า เชื่อว่าช่วยเพิ่มกำลังและทำให้มีความกล้ามากขึ้นเหมาะสำหรับคนที่ขี้อายไม่กล้าเข้าสังคม อีกทั้ง ยังเชื่อว่าสามารถช่วยลดความเจ็บปวดและช่วยให้มีอารณ์ดีด้วย โดยมีประเภทแยกย่อยอีก เช่น กระท่อมเขียวมาเลเชียน (Malaysian Green) และ กระท่อมเขียวปอนเตียนาค (Pontianak Green Horn) ชื่อเมืองในประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น

2.4.3 กระท่อมแดง (Red Vein Kratom) เป็นกระท่อมที่ผลิตจากใบแก่ลักษณะเส้นใบจะมีสีแดงอุดมไปด้วยสาร Mitragynine ทำให้มีประสิทธิ์ภาพในการออกฤทธิ์ดีจึงถือว่าเป็นประเภทกระท่อมที่มีคุณภาพดีที่สุดจึงได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด เชื่อว่าสามารถช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับสามารถผ่อนคลายร่างกายและอารมณ์ และช่วยลดความเครียดได้ โดยมีประเภทแยกย่อยอีกหลายชนิด เช่น กระท่อมแดงไทย (Red Thai) กระท่อมแดงสุมาตรา (Red Sumatra) กระท่อมแดงปอนเตียนาค (Pontianak Red Horn) และชนิดอื่น ๆ

นอกจากนี้ ยังมีกระท่อมประเภทอื่น ๆ ที่วางจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ อีก เช่น
2.4.4 กระท่อมแมงดา (Maeng Da Kratom) เป็นกระท่อมสายพันธุ์ที่เพาะปลูกได้ในประเทศไทยโดยได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ด้วยเทคนิคการทาบกิ่งจนเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่และกระจายแหล่งเพาะปลูกไปยังอินโดนีเซียและมาเลเซีย โดยกระท่อมแมงดาเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคมาก เนื่องจากเชื่อว่าสามารถบรรเทาอาการซึมเศร้าและอาการทางจิตช่วยให้อารมณ์คงที่ อีกทั้ง ยังช่วยเพิ่มกำลังด้วย

2.4.5 กระท่อมเบนทูแอนจี (Bentuangie Kratom) โดย Bentuangie หมายถึง “Tropical Blend” กระท่อมประเภทนี้จะผลิตจากใบกระท่อมแห้งและใบกระท่อมหมัก ซึ่งทำให้เกิดเป็นสีน้ำตาลเข้มมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว แม้ว่ากระท่อมประเภทนี้จะเพิ่งเข้าตลาดได้ไม่นาน แต่ก็ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าสามารถช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ช่วยผ่อนคลาย ช่วยในการนอนหลับ และช่วยทำให้อารมณ์ดี อีกทั้ง ยังเชื่อว่าออกฤทธิ์นานกว่ากระท่อมประเภทอื่นด้วย

2.4.6 กระท่อมเหลือง (Yellow Vein Kratom) เป็นกระท่อมประเภทสีขาวที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตพิเศษจนทำให้เกิดเป็นสีเหลืองแม้ว่าจะไม่เป็นที่นิยมในตลาดมากนักแต่เชื่อว่าสามารถช่วยเพิ่มกำลัง ช่วยลดอาการวิตกกังวล และช่วยเพิ่มสมาธิได้ อีกทั้ง ยังเชื่อว่าสามารถออกฤทธิ์ได้นานกว่ากระท่อมขาวด้วย

2.5 ตัวอย่างสินค้ากระท่อมที่วางจำหน่ายปลีกในตลาดสหรัฐฯ

ปัจจุบันสินค้ากระท่อมที่วางจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ สามารถจำแนกออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

2.5.1 ประเภทใบแห้ง แบบไม่แปรรูปใด ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าได้รับสินค้าที่เป็นใบกระท่อมแท้ ไม่มีใบพืชชนิดอื่นเจือปน ผู้บริโภคสามารถนำไปใช้บริโภคตามความต้องการของตนเองได้ เช่น นำไปบนผสมรับประทานกับอาหารทั่วไป และการนำไปชงเป็นชาดื่ม อย่างไรก็ตาม สินค้าประเภทดังกล่าวไม่ค่อยเป็นที่นิยมในตลาดมากนักเนื่องจากการบริโภคค่อนข้างยุ่งยากราคาแพงกว่าแบบอื่น ราคาจำหน่ายปลีกในตลาดประมาณ 10 – 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ขึ้นอยู่กับประเภทกระท่อม

2.5.2 ประเภทผง เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้บริโภคเนื่องจากสามารถบริโภคได้ง่ายสะดวกตามปริมาณความต้องการของผู้บริโภค โดยสามารถนำไปปรับใช้ร่วมกับอาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคตามปกติได้  เช่น โยเกิร์ต สมูตตี้ มิลค์เช็ค โปรตีนเชค ชา และกาแฟ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีราคาถูกกว่าประเภทใบแห้ง เนื่องจากสามารถปรับสัดส่วนใบกระท่อมแห้งได้ตามความต้องการของผู้บริโภค ราคาจำหน่ายปลีกในตลาดประมาณ 7 – 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

2.5.3 ประเภทแคปซูล เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้บริโภคเช่นเดียวกับแบบผงเนื่องจากสามารถบริโภคได้ง่ายสะดวกรวดเร็ว แต่มีข้อเสียไม่สามารถความคุมปริมาณการบริโภคได้ด้วยตนเองเหมือนแบบผง โดยปกติหนึ่งแคปซูลจะบรรจุกระท่อมผงปริมาณ 0.5 กรัม ราคาจำหน่ายปลีกในตลาดขนาด 250 แคปซูลประมาณ 60 ดอลลาร์สหรัฐ

2.5.4 ประเภทสารสกัดเข้มข้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้จากการต้มสกัด Mitragynine จากใบกระท่อมแห้ง ทำให้ได้สารสกัดที่มีความเข้มข้น โดยส่วนมากจะเข้มข้นกว่าแบบผงประมาณสองเท่าขึ้นไป ทำให้มีราคาจำหน่ายในตลาดสูงกว่ากระท่อมแบบผง สามารถใช้งานได้ง่ายทั้งผสมร่วมกับอาหารและเครื่องดื่มหรือหยอดลงใต้ลิ้นโดยตรง ราคาจำหน่ายปลีกในตลาดขึ้นอยู่ความเข้มข้นของสาร Mitragynine และปริมาณบรรจุ เช่น สารสกัดกระท่อมเข้มข้น 45% Mitragynine แบบออกฤทธิ์ครอบคลุม (Full Spectrum) ขนาดบรรจุ 10 มิลลิกรัมราคาขวดละ 49 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นต้น

2.5.5 ประเภทผลิตภัณฑ์แปรรูปประเภทอื่น  นอกจากประเภทสินค้าที่กล่าวมาแล้วปัจจุบันยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์กระท่อมที่สะดวกและง่ายสำหรับการบริโภคอีกหลายชนิด เช่น กระท่อมบรรจุถุงชาพร้อมชง เครื่องดื่มผสมกระท่อมพร้อมดื่ม กระท่อมเข้มข้นสกัดพร้อมดื่มแบบ Energy Shot และขนมและลูกอมมีส่วนผสมของสารสกัดกระท่อม เป็นต้น

2.6 ปริมาณแนะนำการบริโภค

คำแนะนำปริมาณการบริโภคกระท่อมสำหรับผู้บริโภคแต่ละรายแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้
1) ขนาดน้ำหนักและส่วนสูงของผู้บริโภค
2) ผลที่ต้องการจะได้รับ
3) ความต้านทานสารเคมีของแต่ละบุคคล
สำหรับผู้บริโภคโดยทั่วไปแนะนำปริมาณบริโภค 0.025 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งปอนด์ หากต้องการกระตุ้นความกระปรี้กระเปร่าแนะนำ และแนะนำปริมาณบริโภค 0.04 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งปอนด์สำหรับผู้ที่ต้องการลดอาการเจ็บปวด
ทั้งนี้ สำหรับผู้บริโภคที่เพิ่งเริ่มต้นบริโภคกระท่อม แนะนำให้เริ่มจากการบริโภคในปริมาณน้อยเพื่อให้ร่างกายปรับสภาพในการรับสารเคมีแปลกปลอม เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดปฏิกิริยาต่อยาต่อต้านและอาการเสพยาเกินขนาดที่อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 

ตารางแสดงปริมาณแนะนำการบริโภคกระท่อม

น้ำหนักตัว (ปอนด์)เพื่อความกระปรี่กระเปร่า (กรัม)เพื่อลดอาการปวด (กรัม)
802.03.5
1002.54.0
1203.05.0
1403.55.5
1604.05.5
1804.56.5
2005.08.0
2205.59.0
2406.09.5
2606.510.5
2807.011.0
3007.512.0
ที่มา: Kratom.org

2.7 ช่องทางการจัดจำหน่าย

สินค้ากระท่อมมีวางจำหน่ายตามร้านค้าปลีกทั่วไปบ้างแต่ไม่มากนัก ส่วนมากจะจำหน่ายตามร้านจำหน่ายยาสูบ (Smoke Shop) ร้านจำหน่ายกัญชาถูกกฎหมาย (Dispensers) และร้านรับสักเจาะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในสหรัฐฯ เป็นอุปสรรคสำคัญในการจัดจำหน่ายสินค้าทำให้ผู้ประกอบการหันไปจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้นถึงเกือบร้อยละ 90 เนื่องจากสะดวกและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ครอบคลุมมากกว่า

3. ระเบียบการนำเข้าที่สำคัญ

กฎระเบียบการควบคุมการบริโภคครอบครองและจำหน่ายสินค้ากระท่อมในสหรัฐฯ มีความแตกต่างกันตั้งแต่ในระดับรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่นระดับรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่นระดับเขต ดังนั้น ผู้ที่สนใจทำตลาดควรที่จะศึกษาและติดตามข่าวสารความคืบหน้าของการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบข้อบังคับในแต่ละพื้นที่อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าที่อาจจะเกิดขึ้นจากปัจจัยด้านความผันผวนของกฎระเบียบการควบคุมการจำหน่ายสินค้าในสหรัฐฯ

3.1 กฎหมายระดับประเทศ

ปัจจุบันสหรัฐฯ ยังไม่มีกฎหมายควบคุมการบริโภคครอบครองและจำหน่ายกระท่อมในระดับประเทศ (Federal Law) ดังนั้น กระท่อมจึงยังเป็นสินค้าไม่ผิดกฎหมายในระดับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม จากการเพิ่มจำนวนของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ อีกทั้ง รายงานการศึกษาผลกระทบต่อผู้บริโภคกระท่อมทางวิทยาศาสตร์ที่ยังมีไม่เพียงพอ ทำให้หน่วยงานรัฐในระดับรัฐบาลกลาง เช่น หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (U.S. Drug Enforcement Administration หรือ DEA) หน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Customs and Border Protection หรือ CBP) และองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (U.S. Food and Drug Administration หรือ FDA) จับตามองการบริโภคการครอบครองและการจำหน่าย รวมถึงการนำเข้าสินค้ากระท่อมในระดับประเทศค่อนข้างใกล้ชิด อีกทั้ง ยังมีความพยายามจากหน่วยงานดังกล่าวที่จะผลักดันให้รัฐบาลกลางเพิ่มมาตรการควบคุมสินค้ากระท่อมให้เข้มงวดมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคชาวอเมริกันด้วย

3.2 กฎหมายระดับรัฐ

สินค้ากระท่อมถือเป็นสินค้าผิดกฎหมายและเป็นต้องห้ามใน 6 รัฐ ได้แก่ รัฐแอละบามา รัฐอาร์คันซอ รัฐอินเดียนา รัฐโรดไอแลนด์ รัฐเวอร์มอนต์ และรัฐวิสคอนซิน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน รัฐโรดไอแลนด์ รัฐเวอร์มอนต์ และรัฐวิสคอนซิน กำลังอยู่ในระหว่างการทบทวนกฎหมายห้ามสินค้ากระท่อมซึ่งมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเปลี่ยนให้กระท่อมเป็นสินค้าควบคุมในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาร่างกฎหมายควบคุมสินค้ากระท่อมในอีก 11 รัฐ ได้แก่ รัฐคอนเนกติกัต รัฐฮาวาย รัฐแคนซัส รัฐมิชิแกนรัฐมิสซูรี รัฐนิวแฮมป์เชียร์ รัฐโอไฮโอ รัฐโอกลาโฮมา รัฐออริกอน รัฐเทนแนสซี และรัฐเทกซัส

อีกทั้ง ยังมีบางรัฐที่ได้ผ่านกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกระท่อม (The Kratom Consumer Protection Act หรือ KCPA) เพื่อความคุมมาตรฐานความปลอดภัยสินค้ากระท่อมสำหรับผู้บริโภคด้วย ได้แก่ รัฐแอริโซนา รัฐจอร์เจีย รัฐเนวาดา และรัฐยูทาห์ ซึ่งกลุ่มสมาคมกระท่อมอเมริกัน (American Kratom Association หรือ AKA) ยังพยายามที่จะผลักดันให้ใช้ KCPA ในระดับรัฐบาลกลางเพื่อสร้างบรรทัดฐานสินค้าและความปลอดภัยในระดับประเทศด้วย

แผนภาพแสดงสถานะทางกฎหมายของสินค้ากระท่อมในแต่ละรัฐในสหรัฐฯ

ที่มา: Kraoma

3.3 กฎหมายระดับเขตท้องถิ่น

แม้ว่ารัฐส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ จะยังอนุญาตให้บริโภคครอบครองและจำหน่ายกระท่อมภายในรัฐแต่ก็มีบางเขตที่มีกฎหมายระดับเขตท้องถิ่นซึ่งถือว่ากระท่อมเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ได้แก่
– เมือง San Diego รัฐแคลิฟอร์เนีย
– เมือง Denver เมือง Parker Town และเมือง Monument Town รัฐโคโรลาโด
– เมือง Sarasota รัฐฟลอริดา
– เมือง Alton เมือง Edwardsville และเมือง Jerseyville รัฐอิลลินอยส์
– เมือง Alcorn เมือง Calhoun เมือง Itawamba เมือง Lowndes เมือง Monroe เมือง Noxebee เมือง Prentiss เมือง Tippah เมือง Tishomingo และเมือง Union County รัฐมิสซิสซิปปี

นอกจากนี้ ถึงแม้ว่ากฎหมายระดับประเทศจะไม่ถือว่ากระท่อมเป็นสิ่งผิดกฎหมายสามารถนำเข้าสินค้าได้ แต่องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ กลับมีท่าทีไม่สนับสนุนและไม่รับรองความปลอดภัยสินค้ากระท่อม และได้ออกคำเตือนผู้บริโภคชาวอเมริกันไม่ให้บริโภคสินค้าจากกระท่อมซึ่งไม่ได้รับการรับรองด้วย อีกทั้ง ยังมักใช้เหตุผลด้านคุณภาพสินค้าและการแสดงฉลากเพื่อตรวจยึดสินค้า เช่น การตรวจยึดสินค้าใบกระท่อมแห้งปนเปื้อนเชื้อโรคซาโมเนลลา การตรวจยึดอาหารเสริมที่แสดงฉลากปราศจากผลการศึกษา และการตรวจยึดสินค้าที่แสดงฉลากอวดอ้างสรรพคุณ เป็นต้น ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่สนใจส่งออกสินค้ากระท่อมไปยังสหรัฐฯ จึงต้องระมัดระวังการผลิตสินค้าตามหลักเกณฑ์ที่องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ กำหนด โดยต้องมีการจดทะเบียนแหล่งผลิตสินค้า กรรมวิธีการผลิตได้มาตรฐานสากล เช่น มาตรฐาน Good Manufacturing Practice (GMP) สินค้าต้องปราศจากสารปนเปื้อนเชื้อโรคโลหะหนักที่อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคได้ และต้องแสดงฉลากอย่างถูกต้องไม่อวดอ้างสรรพคุณที่ต้องห้ามตามหลักการแสดงฉลากสินค้าอาหาร (Food Labeling & Nutrition)

3.4 ภาษีการนำเข้า / GSP

3.4.1 สินค้าใบกระท่อมแห้งอยู่ในกลุ่ม HS Code 1211.90.92.90 (Fresh or Dried Substance Having Anesthetic, Prophylactic or Therapeutic Properties and Principally Used as Medicaments or as Ingredients in Medicaments : Other) ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ

3.4.2 สินค้ากระท่อมผงอยู่ในกลุ่ม HS Code 130190 (Lac; Natural Gums, Resins, Gum-Resins and Oleoresins: Other: Other) ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ

ตารางแสดง: กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าใบกระท่อมแห้งของสหรัฐฯ

ที่มา: United States International Trade Commission

ตารางแสดง: กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าใบกระท่อมผงของสหรัฐฯ

ที่มา: United States International Trade Commission

วิเคราะห์ SWOT

จุดแข็ง (Strength)จุดอ่อน (Weakness)
กระท่อมเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ปลูกได้ดีในเขตเมืองร้อนชื้นแถบเอเชีย โดยเฉพาะ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และปาปัวนิวกินี โดยไทยได้รับการยอมรับว่ามีทรัพยากรดินและแร่ธาตุที่สมบูรณ์เหมาะสำหรับการปลูกกระท่อมทำให้ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพสูงเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะกระท่อมก้านแดงที่มีความเข้มข้นของสาร Mitragynine สูงพืชกระท่อมใกล้ชิดกับภูมิปัญญาชุมชนไทยมานาน แม้ว่าจะถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังคงมีข้อมูลสืบทอดต่อกับมา ทำให้สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ได้ง่าย อีกทั้ง ประเทศไทยยังเป็นแหล่งสมุนไพรคุณภาพสูงหลายชนิดซึ่งสามารถนำมาพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพร่วมกับกระท่อมได้ การถอนพืชกระท่อมออกจากรายการยาเสพติดให้โทษตามฎหมายช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเพาะปลูกแปรรูปและจำหน่ายได้มากขึ้น ทำให้มีผลผลิตมากเพียงพอสำหรับรองรับการขยายตัวของตลาดโดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่เป็นแหล่งบริโภคสินค้ากระท่อมที่ใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบันกระท่อมเพิ่งสามารถเพาะปลูกอย่างถูกกฎหมายในไทยได้ไม่นาน โดยปกติการเพาะปลูกกระท่อมจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้คุณภาพจะต้องใช้เวลาดูแลต้นกระท่อม 4 – 5 ปี ดังนั้น ปัจจุบันประเทศไทยจึงยังมีวัตถุดิบสินค้ากระท่อมเพื่อแปรรูปส่งออกเป็นปริมาณจำกัด อินโดนีเซียเป็นประเทศคู่แข่งที่สำคัญซึ่งการเพาะปลูก แปรรูป และส่งออกสินค้ากระท่อมไปตลาดสหรัฐฯ มาเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีสัดส่วนตลาดในสหรัฐฯ สูงเกือบร้อยละ 100 อีกทั้ง ปัจจุบันยังมีคู่แข่งเข้าตลาดเพิ่มมากขึ้นจากหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย และเวียดนาม เป็นต้น ทำให้การแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูงกระท่อมประกอบด้วยสารเคมีออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและสมอง ซึ่งการบริโภคในปริมาณที่ไม่เหมาะสม อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้บริโภคได้ โดยประเทศไทยเองยังไม่ได้มีการศึกษาและกำหนดกรอบการบริโภคหรือขนาดปริมาณบริโภคสินค้าแปรรูปแต่ละอย่างเป็นรูปธรรม
จึงอาจจะทำให้การความคุมมาตรฐานคุณภาพสินค้าทำได้ลำบาก
โอกาส (Opportunity)อุปสรรค (Threat)
ความต้องการบริโภคกระท่อมในกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกันขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดความเครียดและวิตกกังวลในกลุ่มชาวอเมริกัน โดยสินค้ากระท่อมออกฤทธิ์คล้ายคลึงยาเสพติดบางชนิดแต่ยังถูกกฎหมายในหลายรัฐฯ จึงทำให้ผู้บริโภคในตลาดสนใจหันมาบริโภคมากขึ้น สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ มีฤดูหนาวยาวนานหลายเดือนไม่เอื้ออำนวยสำหรับการเพาะปลูกกระท่อมที่เพาะปลูกได้ดีในเขตเมืองร้อน ดังนั้น สหรัฐฯ จึงต้องอาศัยการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้ากระท่อมแปรรูปจากประเทศผู้ผลิตในเอเชียเกือบทั้งหมด ประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้ากระท่อมรายใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงในสหรัฐฯ มีการผลักดันการผ่านร่างกฎหมายห้ามทำการเพาะปลูกและส่งออกสินค้ากระท่อมภายในประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้จริงภายในปี 2567 ซึ่งน่าจะเป็นช่วยลดอุปสรรคและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดสหรัฐฯ ได้แม้ว่ากฎหมายระดับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะไม่ถือว่ากระท่อมเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่กฎหมายระดับรัฐและระดับเขตท้องที่ในสหรัฐฯ บางรัฐยังถือว่ากระท่อมเป็นสินค้าผิดกฎหมายและห้ามนำเข้าภายในเขตพื้นที่ ทำให้การขนส่งสินค้าภายในสหรัฐฯ จำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและการจำหน่ายสินค้ากระท่อมในสหรัฐฯ ได้แก่ หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ หน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ และองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ มีนโยบายที่จะผลักดันให้สินค้ากระท่อมเป็นสินค้าควบคุมหรือสินค้าผิดกฎหมายในระดับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ไม่ได้มีกำหนดระเบียบและแนวทางปฏิบัติด้านการผลิต การนำเข้า และการจำหน่ายสินค้าจากกระท่อมภายในประเทศที่ชัดเจน ดังนั้น การตรวจสอบและอนุญาตนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จึงมักจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประจำแต่ละหน่วยงาน

5. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

5.1 แนวโน้มการเพิ่มจำนวนของชาวอเมริกันที่หันไปเลือกใช้สินค้าจากกระท่อมสำหรับการผ่อนคลาย ลดอาการเจ็บปวด และลดการใช้บำบัดอาการติดยาเสพติด ประกอบกับแนวโน้มการประกาศห้ามทำการเพาะปลูกและการส่งออกสินค้ากระท่อมของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกหลักในสหรัฐฯ ในปัจจุบัน น่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจทำตลาดสินค้ากระท่อมในสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันมีมูลค่าสูงราว 1.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากกระท่อมจากไทยมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกันด้านคุณภาพและความเข้มข้นของสารเคมีโดยเฉพาะกระท่อมก้านแดง และกระท่อมแมงดาที่ถือเป็นสินค้ากระท่อมพรีเมียมในตลาด

5.2 แม้ว่าสินค้ากระท่อมจะเป็นสินค้าถูกกฎหมายในระดับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และประเทศไทยแต่ก็โดยรวมยังมีภาพลักษณ์ในแง่ลบและถูกมองว่าเป็นยาเสพติดในกลุ่มผู้บริโภคบางราย ทำให้ผู้บริโภครู้สึกต่อต้านและไม่ต้องการเลือกใช้สินค้า ดังนั้น หากผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสินค้าและมาตรฐานการผลิตและการบริโภคที่ปลอดภัยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและต่อชีวิตผู้บริโภคจะช่วยให้สินค้าจากกระท่อมไทยเป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกันเป็นวงกว้างและมีปริมาณความต้องการนำเข้าเพิ่มมากขึ้นได้

5.3 แนวโน้มผู้บริโภคชาวอเมริกันให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้กลุ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้รับความนิยมในตลาดผู้บริโภคชาวอเมริกันมาก ดังนั้น หากเกษตรกรไทยสามารถเลือกเพาะปลูกกระท่อมแบบเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานการเพาะปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์สากลได้ น่าจะทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและสามารถขยายตลาดได้มากขึ้น นอกจากนี้ การพิจารณานำสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ขมิ้นชัน และกระชายดำที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกันในปัจจุบันอยู่ก่อนแล้วมาผสมผสานร่วมกับสินค้ากระท่อมไทยเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของผู้บริโภคก็น่าจะเป็นโอกาสสำหรับการต่อยอดของผลิตภัณฑ์สินค้ากระท่อมไทยด้วย

5.4 ปัญหาด้านการขนส่งและระบบห่วงโซ่อุปทานในปัจจุบัน รวมถึงรูปแบบการจำหน่ายสินค้ากระท่อมในสหรัฐฯ ที่ส่วนมากมักจะอาศัยช่องทางจำหน่ายออนไลน์และการจัดส่งสินค้าผ่านผู้รับบริการขนส่ง ทำให้ปัจจัยด้านขนาดบรรจุภัณฑ์ และหีบห่อจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยควรคำนึงถึง หากผู้ประกอบการไทยสามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดกระทัดรัด จัดเก็บและขนส่งง่ายไม่กินพื้นที่สามารถช่วยประหยัดค่าขนส่งสินค้าผู้ค้าปลีกในตลาดได้ก็น่าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ค้าปลีกในตลาดจะเลือกนำเข้าสินค้ามากขึ้น

5.5 กฎระเบียบและนโยบายทั้งด้านการนำเข้า การขนส่ง และมาตรฐานคุณภาพสินค้ากระท่อมในสหรัฐฯ ยังไม่ค่อยมีเสถียรภาพมากนัก ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรที่จะติดตามข่าวสารความเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายภาครัฐเพื่อเตรียมความรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านมาตรการที่เกี่ยวข้องในอนาคตเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ที่มาข้อมูล: รายงานข่าวเด่นจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองไมอามี (ต.ค. 2564)

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *