รัฐบาลโครเอเชียเปิดแพ็คเกจเยียวยาประชาชนรอบใหม่ คุมค่าไฟ-ลด อุ้มกลุ่มเปราะบาง 1 เม.ย. 65 – 31 มี.ค.

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 นายกรัฐมนตรีโครเอเชีย นาย Andrej Plenković แถลงว่า คณะรัฐมนตรีโครเอเชียอนุมัติ 3 มาตรการช่วยเหลือประชาชน ในวงเงิน 4.8 พันล้านคูน่า (ประมาณ 2.33 หมื่นล้านบาท) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจเพิ่มเติม รับมือกับภาวะเงินเฟ้อโลก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 จนถึง 31 มีนาคม 2566 ดังต่อไปนี้

1. มาตรการควบคุมค่าบริการสาธารณูปโภค

– อุดหนุนค่าแก๊สทำความอบอุ่น ประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ 0.1 คูน่า ต่อ 1 kWh (ประมาณ 50 สตางค์)

– อุดหนุนค่าแก๊สทำความอบอุ่น สำหรับกิจการขนาดเล็กและกลางที่มีปริมาณการบริโภคแก๊สทำความอบอุ่นตลอดปีไม่เกิน 10 gWh ที่ 0.15 คูน่า ต่อ 1 kWh (ประมาณ 75 สตางค์)

– กำหนดเพดานการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า ให้ขึ้นได้ไม่เกิน 9.6% จากระดับราคาเดิม ส่วนค่าแก๊สทำความอบอุ่น ให้ขึ้นได้ไม่เกิน 20%

ทั้งนี้ อัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยปรับขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมกราคม 2562

2. มาตรการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax หรือ VAT) ในหมวดสินค้าจำเป็น ดังต่อไปนี้

– ลด VAT ค่าแหล่งพลังงานความร้อน (ถ่าน ไม้ฟืนก่อไฟ) จาก 25% เหลือ 13% ในระดับเดียวกับค่าไฟฟ้า มีผลถาวร

– เพื่อเป็นการเยียวยาประชาชนเพิ่มเติม รัฐบาลจะเก็บ VAT ค่าแก๊สทำความอบอุ่นเพียงแค่ 5% (จากที่ลดลงเหลือ 13%) ช่วงวันที่ 1 เมษายน 2565 – 31 มีนาคม 2566

– ลด VAT สินค้าอาหารพื้นฐาน (เนื้อสัตว์ ไข่ ผัก ผลไม้ น้ำมันประกอบอาหาร อาหารทารก) จาก 13% เหลือ 5%

– ลด VAT สินค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตร (ดิน ปุ๋ย สารชีวภัณฑ์ ต้นกล้า) จาก 25% เหลือ 5%

– ลด VAT สินค้าเกี่ยวกับสุขอนามัยส่วนบุคคล (เช่น ผ้าอนามัยสำหรับสตรี) จาก 25% เหลือ 13%

ทั้งนี้ VAT โครเอเชียอยู่ที่ 25% ในระดับเดียวกับสวีเดน สูงสุดเป็นอันดับสองใน EU รองจากฮังการี (27%)

3. มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

– แจกคูปองลดค่าไฟฟ้าและค่าแก๊ส มูลค่า 400 คูน่าต่อเดือน (ประมาณ 1,940 บาท) ให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย

คาดว่าจะมีผู้ได้รับการช่วยเหลือส่วนนี้ราว 91,000 คน

– ผู้สูงอายุที่มีรายได้จากเงินบำนาญต่อเดือนไม่เกิน 4,000 คูน่า (ประมาณ 19,400 บาท) จะได้รับเงินช่วยเหลือ ระหว่าง 400-1,200 คูน่า (ประมาณ 1,940 – 5,820 บาท) 1 ครั้ง

คาดว่าจะมีผู้ได้รับการช่วยเหลือส่วนนี้ราว 721,000 คน

ข้อคิดเห็น/บทวิเคราะห์ของ สคต.

สคต. ณ กรุงบูดาเปสต์ประเมินว่า มาตรการเฉพาะกิจดังกล่าวจะช่วยบรรเทาภาระประชาชนชาวโครเอเชียในปี 2565 ได้บ้าง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องเผชิญกับภาวะค่าครองชีพปรับขึ้นสูงขึ้น เพราะเมื่อพิจารณาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโครเอเชียประจำปี 2564 ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index หรือ CPI) เฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 2.6% ซึ่งตั้งแต่ช่วงกลางปี CPI รายเดือนพุ่งสูงขึ้นมาก

รูปภาพที่ 1: ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index) รายเดือน เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 – กุมภาพันธ์ 2565
ที่มาของข้อมูล:
สำนักงานสถิติแห่งชาติโครเอเขีย และ BNE IntelliNews

ธนาคารแห่งชาติโครเอเชียปรับการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี 2565 ขึ้น ในช่วง 3.5-4% จากเดิมที่คาดการณ์ที่ 2.4% เนื่องจากราคาสินค้าช่วงปลายปี 2564 ปรับขึ้นสูงมาก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบก๊าซธรรมชาติ วัตถุดิบในการผลิต และค่าไฟฟ้า ที่จะปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลกหลังรัสเซียบุกรุกยูเครน ผู้ประกอบการธุรกิจหลายรายอาจถือโอกาสขึ้นราคาสินค้า/บริการก่อนช่วงเปลี่ยนผ่านสกุลเงินหลัก จากคูน่าเป็นยูโรในปี 2566 อีกทั้งภาวะเงินเฟ้อในปีนี้ยังมีปัจจัยเพิ่มเติมคือการปรับฐานเงินเดือนขั้นต่ำประจำปี 2565 จากเดิม 4,250 คูน่า เป็น 4,687.50 คูน่า (จาก 20,594 บาท เป็น 22,714 บาท ก่อนหักภาษี เมื่อหักภาษีแล้วเหลือประมาณ 3,750 คูน่า หรือประมาณ 18,171 บาท) จึงเห็นได้ว่าฐานเงินเดือนขั้นต่ำในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 10.3% เมื่อเทียบกับปี 2564

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสมาชิก EU อื่นแล้ว ระดับรายได้ของแรงงานโครเอเชียยังมีค่ามาตรฐานอำนาจการซื้อ (Purchasing Power Standard) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย EU ในเดือนมกราคม 2565

รูปภาพที่ 2: ระดับค่าแรงขั้นต่ำของประเทศสมาชิก EU ประจำเดือนมกราคม 2565 ในสกุลยูโร
ที่มาของข้อมูล: คณะกรรมาธิการยุโรป

รูปภาพที่ 3: อำนาจซื้อ (Purchasing Power) ของค่าแรงขั้นต่ำของประเทศสมาชิก EU
ประจำเดือนมกราคม 2565 ในสกุลยูโร
ที่มาของข้อมูล: คณะกรรมาธิการยุโรป

การควบคุมระดับเงินเฟ้อเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลโครเอเชีย เพราะเป็นหนึ่งในเกณฑ์การเข้าร่วม Eurozone ข้อสำคัญ ที่อัตราเงินเฟ้อต่อปีเฉลี่ยในรอบ 12 เดือนของโครเอเชียจะต้องไม่สูงกว่า 1.5% ของอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 3 ประเทศสมาชิก Eurozone ที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำสุดของปีที่แล้ว จึงต้องรอติดตามข้อมูลสรุปในช่วงไตรมาสที่ 2/2565 ว่าระดับเงินเฟ้อโครเอเชียในรอบ 10 ปี เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสมาชิก Eurozone อื่นจะเป็นอย่างไร ก่อนที่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปจะพิจารณาการสมัครเข้า Eurozone ของโครเอเชียรอบสุดท้ายในเดือนมิถุนายน 2565

สคต. ณ กรุงบูดาเปสต์ มองว่ามาตรการควบคุมค่าสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อ เป็นความพยายามสำคัญของรัฐบาลโครเอเชียที่จะต้องรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและบรรลุเป้าหมายในการสมัครเป็นสมาชิก Eurozone ตามกำหนดเวลาเดิม แม้จะทำให้รัฐเก็บภาษีอันเป็นรายได้เข้าแผ่นดินได้น้อยลง ทว่างบประมาณส่วนหนึ่งที่ใช้ในมาตรการครั้งนี้ มาจากการขาย Carbon Credit ที่รัฐบาลโครเอเชียดำเนินโครงการตามกลไกพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism) ตามข้อตกลงกับนานาชาติ โดยคาดการณ์ว่ารายได้จากตลาด Carbon Credit ภายในปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 2.86 พันล้านคูน่า (ประมาณ 1.393 หมื่นล้านบาท) ฉะนั้น การดำเนินโครงการขาย Carbon Credit จึงช่วยสนับสนุนทั้งการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการสร้างรายได้เข้าประเทศด้วย

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงบูดาเปสต์ (มีนาคม 2565)
Balkan Green News Agency, Government of the Republic of Croatia, SEE News, Reuters

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *