มะรุมก้าวขึ้นเป็นเทรนด์ซูเปอร์ฟู้ดปี 2565

ซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) คือ สุดยอดอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ในทุก ๆ ปีจะเกิดเทรนด์ซูเปอร์ฟู้ดตัวใหม่ ๆ เกิดขึ้น เช่น ปีที่ผ่านมา ถั่วลูกไก่ หรือ Chickpea เป็นซูเปอร์ฟู้ด ที่นิยมนำไปเป็นส่วนประกอบของอาหารประเภทต่าง ๆ และก่อนหน้าปีที่ผ่านมาเป็นเห็ดหลินจือ และโสมอินเดีย ก็ได้จัดเป็นซูเปอร์ฟู้ด

มะรุม หรือ Moringa เป็นที่รู้จักในนามต้นไม้มหัศจรรย์ (Miracle Tree) จะก้าวขึ้นเป็นเทรนด์ซูเปอร์ฟู้ดในปี 2565 ตามรายงานที่จัดทำโดยคณะกรรมการเทรนด์อาหารของห้าง Whole Foods ห้างซูเปอร์มาร์เก็ตระดับ upscale จำหน่ายอาหารประเภทออร์แกนิคและธรรมชาติได้จัดอันดับให้มะรุมเป็นสินค้าอาหาร Top 10 ของปี 2565 อีกทั้งตามรายงานการวิจัยตลาดของบริษัท Technavio บริษัทวิจัยระดับโลก ได้คาดการณ์ตลาดการบริโภคผลิตภัณฑ์มะรุมของโลกจะเติบโตมีมูลค่าถึง 2.85 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปจนถึงปี 2568

มะรุม มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดีย มีการปลูกอย่างกว้างขวางทั่วทวีปแอฟริกาและเอเชีย มะรุมเป็นพืชที่อุดมด้วยธาตุ แคลเซียม โปรตีน เหล็ก อะมิโน แอซิด และ สารต้านอนุมูลอิสระ ใบของมะรุมอุดมด้วยวิตามินซีซึ่งมีสูงกว่าในส้มถึง 7 เท่า และมีโปแตสเซียมมากกว่าในกล้วยถึง 15 เท่า สรรพคุณของมะรุมได้ถูกนำไปใช้เสมือนยารักษาโรคต่าง ๆ ทั้งโรคเบาหวาน อาการอักเสบ ติดเชื้อ อาการเจ็บปวดข้อ โรคหัวใจ หรือแม้แต่การรักษามะเร็ง

ปัจจุบัน ตลาดผลิตภัณฑ์มะรุมในสหรัฐฯ  เป็นทั้งในรูปผงซึ่งนำไปเป็นส่วนผสมในสินค้า ชา เครื่องดื่ม ธัญพืชแท่ง ผลิตภัณฑ์ในรูปแคปซูล สกัดเป็นรูปน้ำมัน สกัดเป็น Moringa Tincture (ช่วยระบายท้อง, เพิ่มพลังงาน ภูมิคุ้มกัน)

นาย Pierre Thiam พ่อครัวร้านอาหาร Teranga ในนครนิวยอร์ก ได้นำผลิตภัณฑ์ที่นำมะรุมไปผสมทำเป็นขนมขบเคี้ยว อีกทั้ง ได้นำผลิตภัณฑ์มะรุมไปประยุกต์ใช้กับเมนูอาหารของร้าน อาทิ สตูว์ ปลาอบควัน น้ำสลัดผสมกับขิง  และเครื่องดื่ม เช่น ชา แกแฟลาเต้ น้ำมะนาว เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว นาย Thiam ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มะรุมมีสารที่ช่วยทำให้ระบบการย่อยของร่างกายง่ายขึ้น และไม่มีสารคาเฟอีน นอกจากจะเป็นซูเปอร์ฟู้ดแล้ว มะรุม จัดเป็นพืชที่มีความยั่งยืน (sustainability) ช่วยรักษ์โลก เพราะสามารถเติบโตในที่แห้งแล้งกันดาร ไม่ต้องใช้น้ำเหมือนพืชอื่น ๆ

บทวิเคราะห์

ตลาดผลิตภัณฑ์มะรุมในสหรัฐฯ

การบริโภคมะรุมในสหรัฐฯ แตกต่างกับการบริโภคมะรุมในแถบเอเชีย ซึ่งจะบริโภคฝักมะรุมเป็นหลัก แต่การบริโภคในสหรัฐฯ จะเน้นการบริโภคผลิตภัณฑ์มะรุมมากกว่า โดยแยกเป็น 2 ทาง คือ การบริโภคโดยตรง และใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าสำเร็จรูป ประมาณว่ามูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์มะรุมในสหรัฐฯ คิดเป็นประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2562

การเพาะปลูกมะรุมทำกันในพื้นที่ในตอนใต้ของรัฐฟลอริด้า ซึ่งมีอากาศอบอุ่นเหมาะสมกับพืชมะรุม โดยใบมะรุมจะถูกนำไปแปรรูปในรูปผงซึ่งเก็บรักษาได้นาน และนำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตสินค้าอาหารชนิดต่าง ๆ ส่วนเมล็ดแห้งจะถูกนำไปสกัดเอาน้ำมัน โดยมีบริษัท Moringa Farms ในเมือง Ponte Vedra Beach รัฐฟลอริดา เป็นผู้ประกอบการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์มะรุมรายสำคัญรายหนึ่งของสหรัฐฯ

การนำเข้ามะรุม

การนำเข้ามะรุมในสหรัฐฯ แยกเป็น 2 รูปแบบ คือ (1) รูปแบบปฐมภูมิ ได้แก่ ฝักมะรุมแช่แข็ง ใบมะรุมแห้ง และ เมล็ดมะรุมแห้ง และ (2) มะรุมแปรรูป ได้แก่ ใบมะรุมบดเป็นผง (Powder) น้ำมันมะรุม มะรุมแคปซูล และ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมะรุม มีแหล่งนำเข้าสำคัญ ได้แก่ อินเดีย และ จีน สินค้านำเข้าจากไทย ได้แก่ สินค้าฝักมะรุมแช่แข็ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ไม่มีตัวเลขการนำเข้าผลิตภัณฑ์มะรุม เนื่องจาก ศุลกากรสหรัฐฯ ไม่รายงานมูลค่าการนำเข้าของผลิตภัณฑ์มะรุม

โอกาสตลาดสำหรับหรับผลิตภัณฑ์มะรุมไทยในสหรัฐฯ

การบริโภคผลิตภัณฑ์มะรุมในสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับ ผลิตภัณฑ์ซูเปอร์ฟู้ดชนิดอื่น ๆ เช่น ขมิ้น ชิคพี หรือ อัลมอนด์ แต่ด้วยในด้านคุณประโยชน์ของมะรุม และคุณสมบัติเป็นซูเปอร์ฟู้ด จะเป็นปัจจัยผลักดันให้ขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์มะรุมขึ้นมาแนวหน้าและได้รับความนิยมบริโภคในตลาดอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสของผลิตภัณฑ์มะรุมไทยที่จะขยายตลาดไปสหรัฐฯ กลุ่มผลิตภัณฑ์มะรุมที่มีลู่ทางตลาดในสหรัฐฯ ได้แก่

  1. น้ำมันมะรุม (Moringa Oil) ทั้งแบบ Bulk และ Retail Pack
  2. มะรุมบดเป็นผง (Moringa Powder)
  3. ชามะรุม (Moringa Tea) ในรูปแบบ Tea Bag
  4. มะรุมแคปซูล (Moringa Capsule)
  5. ฝักมะรุมสดแช่แข็ง (Frozen Moringa)
  6. เครื่องดื่มมะรุม (Moringa Drink)

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก (ธันวาคม 2564)
Thrillist

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *