มองเศรษฐกิจโอมานปี 65 ฟ้าหลังฝนโควิด-19

เศรษฐกิจของโอมานกําลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากระบาดใหญ่ของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโอมานอย่างรุนแรง เกิดการหยุดชะงักของการดําเนินธุรกิจ ประกอบกับในช่วงดังกล่าวราคาน้ำมันในตลาดโลกตกต่ำเหลือน้อยกว่า 30 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งน้ำมันเป็นรายได้หลักถึงร้อยละ 90 ของประเทศ แต่สถานการณ์ขณะนี้ทุกอย่างมีสัญญาณคลี่คลาย เริ่มจากช่วงไตรมาส 4 ของปี 2564 ปริมาณผู้ติดเชื้อโควิดเริ่มลดลง อันเป็นผลจากการฉีดวัคซีนจำนวนมาก ทำให้โอมานมีการผ่อนคลายนโยบายควบคุมการแพร่ระบาด ปรับเปลี่ยนมาตรการต่าง ๆ ทั้งการยกเลิกเคอร์ฟิว เปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ประกอบกับราคาน้ำมันโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีผลสำคัญต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโอมานในปี 2565

จากรายงานเศรษฐกิจกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ GCC ของธนาคารโลก (World Bank’s GCC Economic Update) ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2565 ระบุโอมานได้ปฎิรูปการคลัง โดยเพิ่มศักยภาพทางการคลังทั้งด้านรายได้ รายจ่าย และหนี้สาธารณะ ดำเนินแผนการปรับปรุงการคลัง หรือแผน Tawazun เพื่อแก้ปัญหาขาดดุลการคลังระหว่างช่วงปี 2564-2568 โดยจะใช้นโยบายสร้างรายได้จากการพัฒนาธุรกิจภาคที่ไม่ใช่น้ำมัน รักษาความแน่นอนของงบประมาณและการควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณ หาแหล่งรายได้เพิ่มเติมด้วยการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (เริ่มปี 2564) มีแผนจะเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีรายได้สูง รวมถึงขยายการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติมจากหลากหลายสินค้ามากขึ้น ออกพันธบัตรในต่างประเทศ การแปรรูปรัฐวิสหกิจโดยนำหุ้นออกขายแก่ภาคเอกชน การเบิกเงินฝากในต่างประเทศ และใช้เงินกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds: SWFs) ที่รัฐบาลได้เข้าไปร่วมลงทุนในธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ในต่างประเทศ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 100 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล

เศรษฐกิจโอมานจะดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยประเมินว่าเศรษฐกิจจะเติบโตกว่าร้อยละ 5 ในปี 2565 จากแรงขับเคลื่อนการเติบโตของผลิตภัณฑ์ Hydrocarbon และก๊าซธรรมชาติเหลว LNG จากแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ แหล่งคาห์ซซาน (Khazzan) และแหล่งกาห์เซียร์ (Ghazeer) ที่มีอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติรวมกัน ประมาณ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และก๊าซธรรมชาติเหลว (Condensate) มากกว่า 65,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งแปลงดังกล่าวสามารถพัฒนาแหล่งก๊าซรวมได้ถึง 10.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต (TCF) คาดว่า GDP ของผลิตภัณฑ์ Hydrocarbon คิดเป็นร้อยละ 2.2

ปีนี้เศรษฐกิจที่ไม่ใช่น้ำมันของประเทศจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเกินร้อยละ 2 เนื่องจากรัฐเร่ง “กระจายวัคซีน” ทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม ช่วยเสริมสร้างกิจกรรมภายในประเทศ เดินหน้าเศรษฐกิจให้ได้อย่างรวดเร็วโดยภาค Hydrocarbon จะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโต

แนวโน้มเศรษฐกิจประเทศอื่น ๆ ใน GCC และ MENA

เศรษฐกิจกลุ่มประเทศ GCC แขวนอยู่บนแนวโน้มตลาดน้ำมัน โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานที่เกิดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงครามในยูเครนและการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้อง ส่วนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (non-oil economy) มีแนวโน้มที่จะดําเนินต่อไป เพราะประสบความสําเร็จกระจายฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว สามารถผ่อนคลายข้อจํากัดในการเดินทาง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น

ในปี 2565 ที่ World Bank คาดว่าเศรษฐกิจบาห์เรนจะเร่งตัวขึ้นเป็นร้อยละ 3.5 ในขณะที่ GDP ของกาตาร์จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.9% ในปีนี้

ผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนและการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้อง ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดุลการคลังและดุลยภาพภายนอก อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (non-oil) อาจเผชิญกับแรงต้านบ้าง

การเติบโตของซาอุดีอาระเบียคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นเป็นร้อยละ 7 ในปี 2565 ก่อนที่จะปรับระดับที่ร้อยละ 3.8 และร้อยละ 3.0 ในปี 2566 และ 2567 ตามลําดับ

World Bank MENA Economic ประเมินว่าเศรษฐกิจของภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) จะเติบโต 5.2% ในปี 2565 ซึ่งเป็นอัตราที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2559

อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกชัดเจนมากขึ้น และความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดโควิด-19 จะจบลงเมื่อไหร่ ภาพรวมเศรษฐกิจ MENA ปี 2565 ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว มีความเปราะบาง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาจไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ประเทศผู้ผลิตน้ำมันอาจได้รับประโยชน์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น บวกกับอัตราการฉีดวัคซีนที่ทำได้มากและทั่วถึง

ในขณะที่บางประเทศที่เศรษฐกิจเปราะบาง การแจกจ่ายวัคซีนล่าช้าอาจทำลายการฟื้นตัวในประเทศ หากคาดการณ์ตามการวิเคราะห์เหล่านี้ เศรษฐกิจของ 11 ประเทศจาก 17 ประเทศในกลุ่ม MENA อาจไม่ฟื้นตัวสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาดภายในปี 2565 นี้

ความเห็น

ตามที่ World Bank คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของโอมานปี 2565 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยประเมินว่าจะเติบโตกว่าร้อยละ 5 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคอยู่ในช่วงขาขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะขยายส่งออกไปตลาดโอมาน นอกจากนี้ ภาคเอกชนของไทยได้เข้าไปลงทุนธุรกิจพลังงานในโอมาน ทั้งการลงทุนในโครงการผลิตน้ำมันดิบบนบกที่ใหญ่ที่สุดในโอมาน และโครงการผลิตแก๊สธรรมชาติในแหล่งปิโตรเลียมที่มีศักยภาพ รวมทั้ง การลงทุนโรงงานผลิตไฟฟ้าที่เมือง Duqm อีกด้วย

โอมานเป็นตลาดในตะวันออกกลางที่รองรับสินค้าส่งออกของไทยมากเป็นอันดับ 5 โดยใน 2564 ไทยและโอมานมีมูลค่าการค้ารวม 58,362 ล้านบาท (+99.5%) คิดเป็นการส่งออก 16,113 ล้านบาท (+42.7%) นำเข้า 42,249 ล้านบาท (+135.1%) ไทยขาดดุล 26,136 ล้านบาท สินค้าที่ไทยส่งออก ได้แก่ รถยนต์ เคมีภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น& ตู้แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์ยาง ปลาประป๋อง เม็ดพลาสติก ผ้าผืน เครื่องจักร และเครื่องซักผ้า

สินค้านำเข้าจากโอมานร้อยละ 72 คือ สินค้าเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ รองลงไปคือ ผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติ ปุ๋ย น้ำมันดิบ เศษโลหะและ อาหารทะเลแช่แข็ง

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ (เมษายน 2565)
Oman Daily Observer

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *