ผลไม้เมืองร้อนในสหรัฐฯ กำลังมาแรง

ข้อมูลจากผู้บริหารบริษัทนำเข้าและกระจายสินค้าผลไม้เมืองร้อนรายใหญ่หลายรายในสหรัฐฯ เช่น Charlie’s Produce, Ecoripe Tropicals, Inc. และ World Variety Produce (Melissa’s) เมื่อต้นเดือนมกราคม 2022 สะท้อนความนิยมของผลไม้เมืองร้อนในสหรัฐฯ ได้ดังนี้

  1. ความต้องการบริโภคผลไม้สดเมืองร้อนเติบโตอย่างมากและต่อเนื่องในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา                
  2. การเติบโตความต้องการบริโภคของผู้บริโภคสหรัฐฯ มีสาเหตุจาก
    • ความหลากหลายของประชากรสหรัฐฯ ด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิมของการบริโภคที่รวมถึงผลไม้เมืองร้อน 
    • การปรุงแต่งอาหารในร้านอาหาร นำผู้บริโภคที่ถูกใจรสชาติเข้าสู่การหาซื้อสินค้าในตลาดค้าปลีก
    • ผู้ค้าปลีกในตลาด mainstream รู้จักและเล็งเห็นโอกาสของผลไม้เมืองร้อนมากยิ่งขึ้น และสามารถเข้าถึงอุปทานสินค้าได้ตลอดทั้งปี ทำให้การจำหน่ายผลไม้เมืองร้อยในตลาดค้าปลีก mainstream เติบโต ปัจจุบัน นอกจากการให้ข้อมูลเรื่องคุณประโยชน์และวิธีทำอาหารจากผลไม้เมืองร้อนใน social media ของตลาดแล้ว ยังนิยมสร้างจุดเด่นและกระตุ้นความสนใจผู้บริโภคด้วยการนำสินค้าวางจำหน่ายรวมกันบริเวณด้านหน้า บางร้านอาจวางป้ายให้ข้อมูลสินค้า ณ จุดขายด้วย นอกจากนี้ ยังวางจำหน่ายในลักษณะ ready-to-eat โดยตัดเป็นชิ้น ๆ (FDA อนุญาตให้ทำได้) ทำให้ผู้บริโภคกลุ่ม mainstream สามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นและลดปัญหาความไม่รู้/ไม่เชี่ยวชาญวิธีการบริโภค
    • การประโคมข่าวของสื่อถึงประเภทของผลไม้เมืองร้อนและคุณประโยชน์ต่าง ๆ
  3. วิกฤต COVID-19 และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด สร้างความเบื่อหน่ายให้แก่คนอเมริกัน ทำให้คนอเมริกันกลุ่มหนึ่งมองหาความตื่นเต้นกับชีวิต รวมถึงหันมาสนใจสินค้าผลไม้เมืองร้อนที่มีการโหมประชาสัมพันธ์ว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีคุณสมบัติที่เป็นภูมิคุ้มกันโรคได้
  4. ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการจำหน่ายผลไม้สดเมืองร้อนในสหรัฐฯ คือช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ เมื่อผลไม้ที่ผลิตได้ในสหรัฐฯ มีจำนวนจำกัด (ยกเว้นส้ม) และผลไม้ประเภทเบอร์รี่ที่เป็นที่นิยมบริโภคมีราคาสูง
  5. ผลไม้เมืองร้อนที่ปัจจุบันมีวางจำหน่ายและได้รับความนิยมในตลาดสหรัฐฯ เป็นใบเบิกทางให้สินค้าผลไม้เมืองร้อนชนิดอื่น ๆ เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ มากขึ้น สร้างโอกาสเติบโตให้กับสินค้าที่มีวางจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ แต่ยังไม่ได้รับความนิยมหรือยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง
  6. ผลไม้เมืองร้อนที่อยู่ในตลาด mainstream มานานและมีส่วนแบ่งยอดขายปลีกสินค้ากลุ่มผลไม้สดในระดับสูง คือ กล้วย (ร้อยละ 7.9) สัปปะรด (ร้อยละ 2.2) มะม่วง (ร้อยละ 1.2) มะละกอ (ร้อยละ 0.3) มะพร้าว (ร้อยละ 0.1) ขนุน (ร้อยละ 0.1)
  7. มะม่วงเปลี่ยนจากสินค้าตามฤดูกาลเป็นสินค้าที่มีวางจำหน่ายตลอดทั้งปี มะม่วงที่วางจำหน่ายในเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ ส่วนใหญ่มาจากเอกวาดอร์ เปรู และบราซิล ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม – กันยายน ส่วนใหญ่มาจากเม็กซิโก
  8. เขต Pacific Northwest ของสหรัฐฯ นิยมบริโภคมะละกอ โดยเฉพาะจากเม็กซิโก
  9. ยอดขายผลไม้สดเมืองร้อนระหว่างพฤศจิกายน 2020 – 2021
    (1) แก้วมังกร (dragon fruit) 47.5 ล้านเหรียญฯ (+65%) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ yellow dragon (+100%)
    (2) มะพร้าวสด (young coconut) 22.6 ล้านเหรียญฯ (+11%)
  10. ขนุนขายดีมากมาตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด ปัจจุบันยอดขายลดลง คาดว่ามาจากวิกฤต COVID-19 เป็นอุปสรรคทำให้ตลาด  ค้าปลีกยกเลิกการวางจำหน่ายขนุนแกะแล้วพร้อมรับประทาน วิธีจัดการขนุนทั้งลูกเป็นเรื่องยากและมีจำนวนขนุนในตลาดมากเกินความต้องการของผู้บริโภค คาดการณ์ว่าตลาดขนุนจะฟื้นตัวในอนาคตอันใกล้และมีโอกาสเติบโตมากขึ้นเมื่อมีการนำขนุนดิบมาพัฒนาเป็น plant-based meat มากขึ้น และเป็นที่นิยมในตลาด

ข้อมูลเพิ่มเติมและข้อคิดเห็น

1. สหรัฐฯ สามารถปลูกผลไม้เมืองร้อนได้ในบางมลรัฐ ที่สำคัญคือ Hawaii, Florida และ California แต่มีผลผลิตไม่มากและผลไม้หลายรายการไม่สามารถผลิตเพื่อการค้าได้อย่างกว้างขวางและไม่สามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้

  • Hawaii เช่น แก้วมังกร ขนุน เสาวรส มะเฟือง ลำไย มังคุด เงาะ ลิ้นจี่ มะม่วง มะพร้าว สับปะรด breadfruit (สาเก) star apple (ลูกน้ำนม) เป็นต้น
  • Florida เช่น มะม่วง ลิ้นจี่ กล้วย mamey (ผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายละมุด) มะละกอ เงาะ ขนุน ฝรั่ง สับปะรด มะเฟือง มะขาม และส้มโอ
  • California เช่น ลิ้นจี่ ลำไย พุทรา loquat (ญี่ปุ่นเรียกบิวะ จีนเรียกปีแป๋) ฝรั่ง และส้มโอ
  • ตัวเลขการค้าผลไม้เมืองร้อนในปี 2019 แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีการนำเข้ามากที่สุด มูลค่า 3,980 ล้านเหรียญหรือร้อยละ 26.4 ของการค้านำเข้าผลไม้เมืองร้อนของโลกที่มีมูลค่ารวมกัน 15.1 พันล้านเหรียญฯ

2. สถิติมูลค่านำเข้า (ล้านเหรียญฯ) สินค้าผลไม้เมืองร้อนบางรายการ ปี 2020 เปรียบเทียบกับปี 2021

การนำเข้าฝรั่ง มะม่วง และมังคุด แบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา (สินค้านำเข้าต่างช่วงเวลามีรหัสศุลกากรสหรัฐฯต่างกัน) คือ

1) ช่วง 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม  (HS08045060)

(2) ช่วง 1 กันยายน –  31 พฤษภาคม (HS08045040)

  • การนำเข้ามะพร้าวอ่อน  (HS08011200)
  • การนำเข้าทุเรียนสด (HS08106000)
  • การนำเข้ามะขามหวานสด (HS0810902730)
  • ผลไม้สดเมืองร้อนหลายรายการไม่มีการกำหนดรหัสศุลกากรที่ชัดเจนไว้ หรืออาจมีการนำไปรวมกลุ่มและใช้รหัสศุลกากรร่วมกับสินค้าประเภทอื่น จึงทำให้สินค้าหลายรายการไม่มีตัวเลขการนำเข้าที่แท้จริงหรือตัวเลขนำเข้าที่อาจไม่ถูกต้อง เช่น สัปปะรดสดจะถูกรวมไว้กับสัปปะรดแห้ง หรือกรณีมะม่วงจะถูกนำไปรวมกับฝรั่งและมังคุด ซึ่งในกรณีนี้แม้ว่าจะไม่ได้ตัวเลขเฉพาะเจาะจงที่มะม่วง แต่เนื่องจากมะม่วงเป็นสินค้าหลักสำคัญสูงสุด จึงประมาณการได้ว่าตัวเลขสถิติต่าง ๆ มาจากมะม่วง
  • เงาะ ไม่มีตัวเลขนำเข้า แต่มีรายงานว่า เดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ส่วนใหญ่นำเข้าจากกัวเตมาลาและเม็กซิโก ช่วงกลางกันยายน – พฤศจิกายน ส่วนใหญ่นำเข้าจากฮอนดูรัส ช่วงกรกฏาคม – สิงหาคมเป็นการนำเข้าจากคอสตาริกา

3. โอกาส ปัญหาและอุปสรรคของตลาดผลไม้สดเมืองร้อนในสหรัฐฯ

3.1 โอกาส: ตลาดและความต้องการบริโภคยังคงเปิดกว้างและมีลู่ทางแจ่มใส จากปัจจัยสนับสนุน ดังนี้

  • ลักษณะประชากรที่มีหลากหลายเชื้อชาติ รวมถึงเชื้อชาติที่คุ้นเคยกับการบริโภคผลไม้เมืองร้อน และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของประชากรกลุ่มนี้
  • พฤติกรรมการดำรงชีวิตและการบริโภคที่เน้นประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น วิกฤต COVID-19 เพิ่มจำนวนประชากรที่หันมาสนใจการบริโภคสินค้าสุขภาพ
  • สินค้ามีวางจำหน่ายแพร่หลายมากขึ้น สะดวกต่อการซื้อหา โดยเฉพาะในตลาด mainstream
  • ผู้บริโภคยังคงมีกำลังการซื้อสูง
  • สภาวะการผลิตและการวางตลาดสินค้าผลไม้สดที่ผลิตได้ในประเทศมีข้อจำกัดเรื่องฤดูกาล เปิดช่องให้สินค้าผลไม้สดเมืองร้อนเข้าไปแทนที่
  • โอกาสขยายการบริโภคเข้าสู่การบริโภคผลิตภัณฑ์ผลไม้เมืองร้อน เช่น ผลไม้อบแห้ง ผลไม้แช่แข็ง รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่ใช้ผลไม้เมืองร้อนเป็นส่วนประกอบ

3.2  ปัญหาและอุปสรรค:

  • ผู้บริโภคขาดความรู้ในวิธีจัดการ (การปอกขนุนและทุเรียน) และการบริโภค แต่อุปสรรคนี้มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากผู้บริโภคและผู้ค้าได้รับข้อมูลและความรู้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ บริษัทต่าง ๆ และห้างร้านส่งเสริมการบริโภคด้วยการให้บริการสินค้าในลักษณะ ready-to-eat รวมถึงผลิตภัณฑ์จากผลไม้มากขึ้น เช่น ทุเรียนแกะพลูแช่เย็น/ แช่แข็ง
  • สินค้าที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านของสหรัฐฯ (เม็กซิโก ลาตินอเมริกา และกลุ่มแคริเบียน) มีความได้เปรียบทางการแข่งขันสูงมากกว่าสินค้าที่นำเข้าจากประเทศห่างไกล เช่น ไทย เนื่องจาก
    • กฎระเบียบกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ เรื่องการบริหารจัดการสินค้าเพื่อให้ปลอดจากแมลงศัตรูพืชที่แตกต่างกันระหว่างสินค้านำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านของสหรัฐฯ และสินค้านำเข้าจากเอเชีย ซึ่งการนำเข้าผลไม้จากเอเชียมีกฎระเบียบที่ยุ่งยากมากกว่า ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขนส่งสูงกว่า
    • แหล่งอุปทานสำคัญของสหรัฐฯ คือเม็กซิโกและประเทศในอเมริกากลางที่มีข้อตกลงทางการค้าที่สหรัฐฯ ทำกับประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ เช่น NAFTA (North American Free Trade Agreement ที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น USMCA หรือ United States-Mexico-Canada Agreement), Dominica Republic-Central American Free Trade Agreement (CAFTA-DR) และการทำข้อตกลงทางการค้า 2 ฝ่ายกับเปรูและโคลัมเบีย สนธิสัญญาเหล่านี้สร้างข้อได้เปรียบทางการค้าและเปิดช่องการนำเข้าผลไม้สดเมืองร้อนเข้าสู่สหรัฐฯ
    • การขนส่งจากเม็กซิโกเข้าสู่สหรัฐฯ สามารถทำได้โดยง่ายทางบก การนำเข้าจากบางประเทศ เช่น เปรู ในบางกรณีการนำเข้าในฤดูหนาวต้องไปลงที่ฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และขนส่งทางบกไปยังฝั่งตะวันตก แต่ยังมีค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการจัดส่งต่ำกว่าการขนส่งจากประเทศเอเชีย
    • ประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ของสหรัฐฯ ที่ผลิตผลไม้เมืองร้อนมีการลงทุนเพื่อขยายการผลิตเพิ่มขึ้น โดยมีทั้งบริษัทอเมริกันเข้าไปลงทุนผลิตและบริษัทท้องถิ่น
    • ความหลากหลายของแหล่งที่มาของสินค้าผลไม้สดเมืองร้อนในตลาดสหรัฐฯ การส่งเสริมการขายสินค้าจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งจำเป็นต้องมีการสร้าง identity และจุดเด่นเฉพาะของสินค้าที่มาจากแหล่งนั้นให้ชัดเจน เพื่อสร้างความต้องการบริโภคเฉพาะสินค้าแบรนด์นั้นและจากประเทศนั้น ๆ ได้

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส (มีนาคม 2565)
Produce Business: “Six Ways to Fire Up Tropical Fruit Sales”, by Carol M. Bareuther, February 15, 2022

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *