ประเทศผู้ส่งออกอาหารทะเลต้องปฏิบัติตาม U.S. Marine Mammal Protection Act ตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน 2021

เมื่อปี 2016 สหรัฐฯ ผ่านกฎหมาย U.S. Marine Mammal Protection Act (MMPA) ที่แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิม โดย MMPA ฉบับล่าสุดให้อำนาจ National Marine Fisheries Service, National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) เป็นผู้บริหารบทบัญญัติหนึ่งของ MMPA คือการให้ความคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาพะยูน สิงโตทะเล และแมวน้ำ เป็นต้น จากอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตจากการทำประมงเพื่อการค้าที่ใช้เครื่องมือไม่ได้มาตรฐานที่ส่งผลให้สัตว์ภายใต้การคุ้มครองเหล่านี้กลายเป็น bycatch ติดตาข่ายจับปลา MMPA กำหนดให้ชาวประมงสหรัฐฯ และชาวประมงต่างชาติที่ต้องการขายสินค้าให้แก่สหรัฐฯ ทำการประมงภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และกำหนดให้ประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารทะเลมายังสหรัฐฯ ต้องจัดทำกฎระเบียบควบคุมการประมงและเครื่องมือที่ใช้ทำประมงเพื่อการค้าที่เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือเท่าเทียมกับที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับการประมงสหรัฐฯ เพื่อลดเหตุการณ์ bycatch และห้ามการนำเข้าอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มาจากประเทศผู้ส่งออกที่ฝ่าฝืนข้อบังคับในกฎหมายดังกล่าว  

สหรัฐฯ ให้เวลา 5 ปีนับจากวันที่ MMPA เป็นกฎหมายโดยสมบูรณ์ ในการเตรียมตัวปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ โดยมีวันที่ 30 พฤศจิกายน 2021 เป็น Deadline ที่ผู้ประกอบการประมงต่างชาติและรัฐบาลประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารทะเลจะต้องเริ่มต้นปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดใน MMPA ขณะที่ National Marine Fisheries Services ได้จัดทำข้อมูลการประมงที่มีผลกระทบต่อสัตว์ทะเลภายใต้การคุ้มครองของ MMPA และการส่งออกอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์จากอาหารทะเลมายังสหรัฐฯ  ในปี 2020 National Marine Fisheries Services จัดทำ List of Foreign Fisheries – LOFF หรือรายชื่อประเทศผู้ส่งออกอาหารทะเลมายังสหรัฐฯ 131 ประเทศ โดยประเทศดังกล่าวต้องยื่นใบสมัครต่อ National Marine Fisheries Services ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2021 เพื่อแสดงหลักฐานว่าการทำประมงเพื่อการค้าที่ส่งออกมายังสหรัฐฯ เป็นไปตามมาตรฐานหรือเท่าเทียมกับมาตรฐานสหรัฐฯ ทั้งนี้ National Marine Fisheries Services จะรอจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2022 ในการตัดสินว่าประเทศใดมีมาตรฐานที่สหรัฐฯ ยอมรับได้ สินค้าอาหารทะเลจากประเทศที่ไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่ามีการจัดทำกฎระเบียบป้องกันสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมที่เท่าเทียมกับสหรัฐฯ จะถูกห้ามนำเข้าสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2023 เป็นต้นไป 

ข้อมูลเพิ่มเติมและข้อคิดเห็น

  1. NOAA ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างจริงจังที่จะบังคับใช้ MMPA เห็นได้จากการจัดทำข้อมูลการทำประมงเพื่อการค้า และอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศคู่ค้าสินค้าอาหารทะเลกับสหรัฐฯ ที่มาจากการศึกษาเชิงลึกจนสามารถระบุปฏิบัติการของแต่ละประเทศได้อย่างละเอียด เช่นที่ปรากฎใน 

1.1 เอกสาร 2020 Final List of Foreign Fisheries (LOFF) ของ NOAA ที่ระบุว่าไทยเป็นหนึ่งใน 131 ประเทศใน LOFF และระบุประเภทสายพันธุ์สัตว์ทะเลที่ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตและส่งออก เครื่องมือที่ใช้ทำประมง รายละเอียดเกี่ยวกับเรือประมง รวมถึงจำนวนเรือและใบอนุญาตที่ได้รับ พื้นที่ทำประมง สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในพื้นที่ประมง และประมาณการจำนวนสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในพื้นที่ที่เสียชีวิตในแต่ละปี ศึกษารายละเอียดข้อมูลการประมงเพื่อการค้าของไทยที่ NOAA ทำไว้ได้ที่หน้า 203 -205 ใน  https://s3.amazonaws.com/media.fisheries.noaa.gov/2020-10/LOFF_2020_IAICRS_508.pdf?null 

1.2 NOAA ยังได้ระบุว่าไทยเป็นประเทศคนกลางที่รับสัตว์ทะเลจากประเทศอื่นมาผลิตและส่งออกด้วย ศึกษารายละเอียดอุตสาหกรรมประมงที่ประเทศไทยเข้าร่วมในฐานะคนกลางได้ที่หน้า 22 – 31 ใน https://s3.amazonaws.com/media.fisheries.noaa.gov/2020-10/MMPA_2020_Intermediary_Fisheries_508.pdf?nul

  1. ภายใต้ MMPA ประเทศคู่ค้าอาหารทะเลกับสหรัฐฯ ต้องยื่นสมัครขอรับการยอมรับว่ามีการปฏิบัติที่เป็นลด bycatch ที่เท่าเทียมกับมาตรฐานสหรัฐฯ ที่สำคัญได้แก่ : 
  • ห้ามการฆ่าหรือทำอันตรายโดยตั้งใจต่อสัตว์ทะเลที่ได้รับการคุ้มครองจาก MMPA ในการทำประมงทุกประเภท  
  • ประเมินจำนวนสัตว์ทะเลที่ได้รับการคุ้มครองฯ ประมาณการจำนวน bycatch คำนวณจำนวนจำกัด (limited number) ของ bycatch และลดจำนวน bycatch ให้ต่ำกว่าจำนวนจำกัดสำหรับการทำประมงเพื่อส่งออกมายังสหรัฐฯ หรือจัดทำมาตรการทางเลือกอื่นสำหรับการประมงเหล่านั้น
  1. ตลาดอาหารทะเลสหรัฐฯ มีมูลค่าประมาณ 102 พันล้านเหรียญฯ แต่ละปีสหรัฐฯ บริโภคอาหารทะเลมากกว่า 5 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 19.2 ปอนด์ต่อคนต่อปี (สถิติในปี 2019 ซึ่งเป็นอัตราการบริโภคที่เติบโตต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นจากปี 2018 0.2 ปอนด์) อาหารทะเลที่ได้รับความนิยมบริโภคสูงสุดคือ กุ้ง (4.7 ปอนด์ +4.5%) ปลาแซลมอน (3.1 ปอนด์ +5.8%) ปลาทูน่ากระป๋อง (2.2 ปอนด์ +0%) และ Tilapia (1.11 ปอนด์ +2.8%) ที่เหลือเป็นการบริโภค Alaska pollock,  cod, catfish, crab, pangasius และ clams 

ปัจจุบันกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติได้รับการสนับสนุนจากคนจำนวนมากทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐฯ จากการสำรวจและวิจัยผู้บริโภคของหลายองค์กรในสหรัฐฯ พบว่า คนอเมริกันกลุ่ม Millennial (อายุปัจจุบันระหว่าง 25 –   40 ปี) และกลุ่ม Gen Z ที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว (อายุปัจจุบันระหว่าง 18 – 24 ปี) ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและยินดีจ่ายเงินเพิ่มสำหรับสินค้าที่เน้นความยั่งยืน (sustainable) ผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่มยังต้องการให้บริษัทต่างๆ เน้นการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมและความคิดความเชื่อของผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่มในสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นผู้บริโภคหลักในปัจจุบันและในอนาคต  

  1. สหรัฐฯ เป็นประเทศผู้นำเข้าอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดของโลก อาหารทะเลที่บริโภคในสหรัฐฯ มาจากการผลิตในประเทศและการนำเข้า ทั้งนำเข้าโดยตรง และนำเข้าสินค้าที่มีวัตถุดิบที่มาจากแหล่งกำเนิดในสหรัฐฯ ก่อนจะส่งออกไปผลิตแปรรูปในต่างประเทศ (และนำเข้ามาจำหน่ายในสหรัฐฯอีกครั้ง)  อาหารทะเลที่สหรัฐฯ นำเข้าส่วนใหญ่เป็นกุ้ง ปลาแซลมอน ปู และ white fish มูลค่านำเข้าสินค้า (เหรียญฯ) รหัส 03 อาหารทะเลสดและแช่เยือกแข็ง และ รหัส 16 อาหารทะเลแปรรูป รวมกันในระยะ 9 เดือนแรกของปี 2021 เปรียบเทียบกับปี 2020 แสดงให้เห็นการนำเข้าอาหารทะเลรวมทั้งสิ้นของสหรัฐฯ เติบโตร้อยละ 28.49 โดยแคนาดาเป็นแหล่งอุปทานอาหารทะเลสำคัญของสหรัฐฯ เป็นแหล่งอุปทานอาหารทะเลสด/แช่เยือกแข็ง (03) อันดับ 1 และมีไทยเป็นแหล่งอุปทานอาหารทะเล  แปรรูป (16) อันดับ 1 (มูลค่านำเข้าอาหารทะเลแปรรูปจากไทย 7 ร้อยล้านเหรียญฯ ลดลงร้อยละ 13.70 จากปี 2020 และมูลค่านำเข้าอาหารทะเลสดและแช่เยือกแข็ง 1.7  ร้อยล้านเหรียญฯ ลดลงร้อยละ 10.42)
รหัสสินค้า03 + 16 ม.ค. – ก.ย. 2020 ม.ค. – ก.ย. 2021 %Change 
ทั่วโลก 16,551,353,010 21,268,148,653 28.498 
แคนาดา 2,697,530,217 4,338,144,739 60.819 
อินเดีย 1,722,751,924 2,197,604,543 27.564 
ชิลี 1,574,373,381 1,909,935,248 21.314 
อินโดนิเซีย 1,570,496,469 1,707,803,979 8.743 
เวียดนาม 988,320,708 1,323,619,173 33.926 
เอกวาดอร์ 752,248,592 1,191,945,985 58.451 
จีน 1,216,348,382 1,132,468,485 -6.896 
ไทย 999,553,043 868,763,056 -13.085 

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส (ธันวาคม 2564)
NRDC: “Deadline Today: Will Nations Lose Access to U.S. Seafood Market?”, November 30, 2021

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *