ประกอบชิ้นส่วนยานพาหนะในเคนยาจะทำยอดขายได้มากขึ้นหลังจากเคนยาห้ามการนำเข้ารถมือสอง (รถบัส รถบรรทุก รถแทรกเตอร์ขนาดมากกว่า 3.5 ตัน) มีผลบังคับใช้

บริษัทผู้ประกอบชิ้นส่วนยานยนต์และยานพาหนะในเคนยามีอาจมียอดขายประจำปี 2565 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการห้ามนำเข้ารถโดยสารและรถบรรทุกมือสอง ตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเคนยา (The Kenya Bureau of Standards -KEBS) ระบุว่ารถโดยสารที่มีความยาวมากกว่า 7 เมตร (หรือขนาดบรรทุกมากกว่า 3.5 ตัน อย่างใดอย่างหนึ่ง) จะถูกห้ามนำเข้ามาในประเทศเคนยา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป นอกจากรถโดยสารแล้ว ยังมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การนำเข้า รถแทรคเตอร์ และรถบรรทุกแบบมีหัวลากด้วยเช่นกัน กล่าวคือ รถแทรคเตอร์ และรถบรรทุกแบบมีหัวลากน้ำหนักรวม 3.5 ตันขึ้นไป ที่มีอายุการใช้งานไม่เกินสามปี ยังคงนำเข้ามาในประเทศต่อได้จนถึงเดือนมิถุนายน 2566 เท่านั้น หลังจากนั้นรถประเภทดังกล่าวก็จะถูกห้ามนำเข้ารถมือสองเช่นเดียวกัน และจะอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะรถใหม่เท่านั้น

นโยบายดังกล่าวของเคนยาข้างต้นนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ให้โรงงาน/บริษัท ประกอบชิ้นส่วนในประเทศเคนยามียอดขายเพิ่มขึ้น ไม่เพียงแต่ผลกำไรจากการประกอบการเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นไปพร้อม ๆ กับการเพิ่มทักษะอาชีพ และความรู้ด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้งต่อ ผู้จ้างงานและผู้รับจ้างงาน อีกทั้งอ้างอิงจากข้อมูลของสำนักงานสถิติเคนยาแล้วว่า มีการนำเข้ารถโดยสาร รถแทรคเตอร์ และรถบรรทุกแบบมีหัวลากมือสอง จำนวนมากถึง 4,616 คัน เมื่อปีที่แล้ว ดังนั้น โอกาสที่จะทาให้นโยบายที่กล่าวมาเกิดประโยชน์ต่อประเทศนั้นมีความเป็นไปได้อย่างมากทีเดียว หากเปลี่ยนจำนวนการนำเข้าดังกล่าวมาเป็นจำนวนที่ประกอบในประเทศได้จะเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้มากทีเดียว ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบชิ้นส่วนยานพาหนะท้องถิ่น รวมทั้ง Isuzu East Africa และ Simba Corporation ได้ประกอบรถโดยสาร รถแทรคเตอร์ และรถบรรทุกรวมทั้งสิ้น 6,535 คัน ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีการนำเข้าเมื่อปีก่อน หากจำนวนการนำเข้า 4,616 คันนั้น เปลี่ยนมาเป็นจำนวนที่ผลิตได้ในประเทศนั่นหมายความว่าผู้ประกอบการเหล่านั้นจะมียอดขายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 คิดเป็นจำนวนที่ผลิตได้ 11,151 คัน เลยทีเดียว

แรงจูงใจสำคัญสำหรับผู้นำเข้ายานพาหนะมือสองจากต่างประเทศคือราคาต่อหน่วยที่ไม่แพง เห็นได้จากจำนวนที่นำเข้ารถบรรทุกแบบมีหัวลากเมื่อปีที่แล้วจำนวน 2,807 คัน ตามมาด้วยรถบรรทุก จานวน 1,544 คัน และรถโดยสารจำนวน 265 คัน โดยผู้ประกอบการประกอบรถยนต์ในเคนยาจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจำนวน 25% ในการนำเข้าส่วนประกอบที่นำเข้ามาใช้เพื่อประกอบและผลิตรถยนต์

ความเห็น

การห้ามการนำเข้ารถมือสองของกลุ่มรถยนต์ดังกล่าวนั้น จะช่วยทำให้ภาคการผลิตของเคนยามียอดขายและจำหน่ายมากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งการห้ามการนำเข้าดังกล่าว หากเป็นชิ้นส่วนที่ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตได้ ก็จะทาให้การส่งออกสินค้าที่เป็นส่วนประกอบในการผลิตรถยนต์ประเภทนี้ของไทย มีหนทางที่สดใสในการเข้าสู่ตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการไทยควรเริ่มศึกษาการเข้ามาร่วมทุนผลิตสินค้าประเภทนี้ในเคนยาให้มากขึ้น เพราะหากวันหนึ่งที่รัฐบาลยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าส่วนประกอบที่ว่านี้แล้ว ก็จะทำให้การส่งออกมายังเคนยาในสินค้าเหล่านี้ ประสบปัญหาด้านต้นทุนมากขึ้นไปอีก

โดยกลุ่มสินค้าที่ไทยน่าจะส่งออกได้มากขึ้น เช่น ชุดเกียร์ อุปกรณ์ที่ทาจากยาง ระบบช่วงล่างที่ใช้กับรถยนต์ขนาดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรเร่งหาคู่ค้าใหม่เพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้วในตลาด และเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาการค้าที่กรมจะได้จัดขึ้นต่อไปในอนาคต อย่างสม่าเสมอเพื่อสร้างโอกาสทางการขายและการส่งออกให้มากขึ้นต่อไป

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี (พฤษภาคม 2565)
Business Daily

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *