ตลาด Athleisure ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

Athleisure คือเทรนดเครื่องแต่งกายที่เกิดจากการผสมกันระหว่างเครื่องแต่งการกีฬา (Athletic wear) และเครื่องแต่งการแบบเน้นความสบาย (Leisurewear) โดยเสื้อผ้าสไตล์ Athleisure จะเน้นการออกแบบเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายแต่ยังคงเน้นความกระชับและความคล่องตัวตามแบบเสื้อผ้ากีฬา ทั้งนี้ Athleisureเริ่มได้รับความนิยมมาหลายปีแล้วและได้รับผลดีจากการระบาดของ Covid-19   ที่ทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากปรับเปลี่ยนมาทำงานจากที่บ้าน จึงทำให้ผู้บริโภคบางส่วนหันมาสวมใส่เสื้อผ้าแบบเน้นความสะบายมากขึ้นซึ่งในช่วง ตั้งแต่ปี 2019 ที่ผ่านมาบริษัทผลิตเสื้อผ้าจำนวนมาก อาทิ Lululemon, Fabletics, Athleta และ Alo Yoga ต่างก็ได้พัฒนารูปแบบเสื้อผ้าแนว Athleisure ให้มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเสื้อผ้าที่ตอบสนองความต้องการแฟชั่นและเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย Research and Markets รายงานว่ามูลค่าตลาดสินค้า Athleisure มีมูลค่าสูงถึง 288.86 ล้านเหรียญในปี 2019 และคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 455.02 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2026 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.71 โดย Research and Markets เชื่อว่าปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ Athleisure ได้รับความนิยมมากขึ้นคือ ความต้องการรักษารูปร่าง สุขภาพและบุคลิกภายนอกของคนรุ่นใหม่ ตลอดจนเทรนดการแต่งตัวของผู้บริโภคที่เริ่มให้ความสำคัญกับการสวมใส่เสื้อผ้าที่สบายและคล่องตัวมากกว่าการแต่งกายแบบเป็นทางการในกลุ่มพนักงานบริษัท

บริษัทต่างๆ จำนวนมากเริ่มหันมาผลิต athleisure ทำให้ตลาดมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นโดยคาดว่าบริษัทผู้ผลิตเครื่องกีฬาขนาดใหญ่อาทิ Nike, Adidas และ Under Armour จะหันมาโปรโมตสินค้า athleisure โดยใช้ช่องทางผ่าน Internet Influencers มากขึ้น โดยจะเน้น Influencers หน้าใหม่ที่มีกลุ่มผู้ติดตามอายุน้อยและเกาะติดกระแสแฟชั่นมากขึ้น นอกจากนี้บริษัท athleisure กำลังพยายามสร้างวัฒนธรรมที่ชักชวนให้ผู้บริโภคหันมามีไลฟ์สไตล์ที่มีการออกกำลังกายมากขึ้นปัจจุบันคาดว่า 65% ของยอดขาย athleisure มากจากกลุ่มวัยรุ่น (Teens) และ กลุ่มผู้เริ่มทำงาน (Young Adult)

นอกจากนี้บริษัทผู้ผลิตสินค้า athleisure ยังเริ่มหันมาประยุกต์ใช้วัตถุดิบและวัสดุแบบใหม่ๆ มาใช้ผลิตเสื้อผ้ามากขึ้น โดยเน้นวัสดุที่มความยืดหยุ่น คงทน สวมใส่สบายและให้ความรู้สึกหรูหราแก่ผู้ใส่ และการนำวัสดุใหม่ๆมาใช้ยังทำให้บริษัทสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ของตนให้ดูมีความทันสมัยตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น โดยในปัจจุบันเริ่มมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับ athleisure มากขึ้น อาทิ เทคโนโลยีป้องกันการสะสมของจุลินทรีย์ และเทคโนโลยีการระบายความชื่น ส่งผลให้วัสดุผ้าแบบใหม่ๆ เป็นจุดขายของแต่ละแบรนด์

โดยที่ผ่านมาประเทศไทยมียอดการส่งสินค้าประเภทเครื่องแต่งกายกีฬามายังสหรัฐฯ ดังนี้

HS Codeสินค้า201920202021
6403รองเท้ากีฬาพื้นยาง74,317,989 USD58,856,092 USD82,772,349 USD
6211เสื้อผ้ากีฬาไม่ใช่เส้นใยถัก13,009,595 USD8,375,825 USD9,936,835 USD
6112เสื้อผ้ากีฬาเส้นใยถัก4,326,882 USD3,356,854 USD5,481,009 USD

ที่มา: Global Trade Atlas

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์กมองว่าการเติบโตของตลาด athleisure เป็นโอกาสที่ดีของผู้ผลิตเสื้อผ้า แบรนด์ และนักออกแบบในประเทศไทยที่สามารถเข้ามาสำรวจตลาดและสามารถหาลู่ทางสำหรับสินค้าเสื้อผ้าของตน ซึ่งสามารถทำการปรับเปลี่ยนการออกแบบสินค้าให้เข้ากับความต้องการของตลาดสหรัฐฯ ได้ โดย สคต. ณ นครนิวยอร์กมีข้อคิดเห็นดังนี้

  1. สหรัฐฯ มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าจำนวนมากโดยเฉพาะผ่านทาง Internet marketplace อาทิ Amazon หรือ eBay ทั้งนี้ ในปัจจุบัน บริษัท e-commerce จำนวนมากเริ่มเปิดให้บริการ logistic และ warehousing ด้วยเช่น Amazon ที่รับฝากสินค้าและจะทำการจัดสั่งให้เมื่อมีคำสั่งซื้อจากลูกค้า end-user ทำให้การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในตลาดสหรัฐฯ เป็นไปได้ง่ายและมีการลงทุนเบื้องต้นที่ไม่สูงมากนัก
  2. ผู้ผลิตและนักออกแบบเสื้อผ้าไทยควรคำนึงถึงขนาดไซต์ของเสื้อผ้าที่เข้ากับมาตรฐานของสหรัฐฯ ด้วยเนื่องจากมาตรฐานไซต์ของสหรัฐฯ มีความแตกต่างจากมาตรฐานไซต์ของไทย

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก (เมษายน 2565)
Research and Markets

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *