ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงแนวธรรมชาติและออร์แกนิกกำลังได้รับความสนใจ

ตามรายงานการสำรวจของสมาคม The American Pet Products Association (APPA) และ บริษัทวิจัย SPINS, Mintel, Fior Markets และ Packaged Facts ได้รายงานข้อมูลที่น่าสนใจว่า คนอเมริกันผูกพันและดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว และจากสถานการณ์ โควิดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คนอเมริกันหันมาเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) เพิ่มสูงถึงร้อยละ 70 หรือมี 90.5 ล้านครัวเรือนเลี้ยงสัตว์ ผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลเลี้ยงสัตว์สูงร้อยละ 32  รองลงมาเป็น กลุ่มเบบี้บูมเมอร์ ร้อยละ 27  และกลุ่มเจนเอ็กซ์ ร้อยละ 24

ตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยงในสหรัฐอเมริกามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 การใช้จ่ายของคนอเมริกันสำหรับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าถึง 137 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจำนวน 42 พันล้านเหรียญฯ เป็นค่าอาหารและขนมขบเคี้ยว (Treats) คนอเมริกันมีการจัดงานวันเกิดฉลองให้กับสัตว์เลี้ยงด้วยการซื้อของขวัญ เสื้อผ้า ขนมขบเคี้ยว ของเล่น และคาดว่าภายในปี 2570 ตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยงทั่วโลกจะมี มูลค่าแตะถึง 358.62 พันล้านเหรียญฯ

เจ้าของสัตว์เลี้ยงบริโภคอาหารแนวสุขภาพ เป็นผลให้เกิดความต้องการให้สัตว์เลี้ยงบริโภคอาหารสัตว์แนวสุขภาพเช่นกัน เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง โดยยินดีที่จะจ่ายแพงขึ้นสำหรับสินค้าอาหารสัตว์ระดับพรีเมียมหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งในปีที่ผ่านมาพบว่า เจ้าของสุนัขและแมวมากกว่าร้อยละ 40 เลือกซื้ออาหารประเภทพรีเมียมและออร์แกนิกมากขึ้น ทำให้ตลาดสินค้าในกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 22  

เทรนด์ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ได้รับความสนใจมากขึ้น 
– อาหารแนวธรรมชาติ แนวคลีน แนวฟังชั่นนัล และมีความยั่งยืน  
– วัตถุดิบทำจากพืช หรือโปรตีนที่ทำจากพืช
– อาหารแนวช่วยเสริมระบบการย่อยอาหารให้การทำงานของระบบลำไส้ดีขึ้น การสร้างภูมิคุ้มกัน ภูมิแพ้ เสริมไขข้อให้แข็งแรง ช่วยการควบคุมน้ำหนักและคลายความวิตกกังวล
– วัตถุดิบจากสารสกัดจากผลไม้และพืช  สารสกัดจากส้ม แบลคเบอร์รี่ ทับทิม ใบบัวบก โรสแมรี่ ใบมะม่วง ชาเชียว สาหร่ายทะเล และดอกโรดิโอลา
– ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชง และ CBD

สินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ

การใช้จ่ายซื้อสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยง ซึ่งได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง และของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่ารวมกว่า 55 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยใช้จ่ายซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงและขนมขบเคี้ยวสัตว์เพื่อเลี้ยงมูลค่า 42 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และ ซื้อสินค้าของใช้เพื่อสัตว์เลี้ยงจำนวน 13 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จะเห็นได้ว่า อาหารสัตว์เลี้ยงและขนมขบเคี้ยวสัตว์เลี้ยงเป็นกลุ่มสินค้าที่ความต้องการสูง และเป็นโอกาสของสินค้าดังกล่าวของไทยในสหรัฐฯ

การนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยง

สหรัฐฯ นำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงและขนมขบเคี้ยวรวมเป็นมูลค่า 2,161.85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2564 ขยายตัวเพิ่มร้อยละ 20.48 แยกเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่า 1,446.96 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.18 มีแหล่งนำเข้าสำคัญ คือ ไทย แคนาดา และ จีน และขนมขบเคี้ยวมูลค่า 714.95 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.22 มีแหล่งนำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ จีน บราซิล และ เม็กซิโก

สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงและขนมขบเคี้ยวจากไทยเป็นมูลค่า 574.65 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.40 สินค้าที่นำเข้าแยกออกเป็นอาหารสุนัขและแมว 537.57 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มร้อยละ 32.15 และขนมขบเคี้ยว 41.04 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มร้อยละ 1.88 

ข้อพิจารณาและเสนอแนะ

1. ปัจจุบัน ปัญหาห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงของสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดโควิด-19 และเป็นปัจจัยท้าทายที่สำคัญของตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ในปี 2565 อุตสาหกรรมการผลิตในประเทศขาดแคลนวัตถุดิบ แรงงาน ลดกำลังการผลิต ในขณะที่จำนวนสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น ความต้องการสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงบริโภคเพิ่มมากขึ้น จึงผลักดันให้ไปเพิ่มการนำเข้าสินค้าโดยเฉพาะอาหารสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศ

2. ปัจจุบัน มีรายงานว่า อาหารสัตว์แมวของแบรนด์ชื่อดังของสหรัฐฯ เช่น Fancy Feast และ Whiskas มีส่วนผสมเป็น DNA ของปลาฉลามพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (mako shark หรือ Isurus oxyrinchus) และ (blue shark หรือ Prionace glauca) แต่มิได้ระบุแหล่งที่มาของสินค้า ดังนั้น ผู้ผลิต/ส่งออกไทยจึงควรให้ความสนใจและมั่นใจว่าไม่มีส่วนผสมเป็นปลาฉลามดังกล่าวในห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง 3. การผลิตและนำเสนออาหารสัตว์เลี้ยงแนวอาหารมนุษย์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพสัตว์ ด้วยการประยุกต์สมุนไพร หรือ ใช้วัตถุดิบส่วนผสมที่เป็นออร์กานิกหรือ เสริมโปรตีนจากพืชหรือโปรตีนจากแมลงเข้าไปกับอาหารสัตว์เลี้ยงจะช่วยดึงดูดความสนใจในการซื้อจากเจ้าของสัตว์เลี้ยง และเพิ่มการนำเข้าจากไทยให้มากยิ่งขึ้น

4. ไม่เพียงแต่กลุ่มสินค้าอาหารและขนมขบเคี้ยวสัตว์เลี้ยงเท่านั้นที่มีโอกาสการขยายตลาดในสหรัฐฯ สินค้ากลุ่มของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่เป็นที่ต้องการ ได้แก่ ของเล่น ปลอกคอ สายจูงสุนัข บ้านสุนัข/คอนโดแมว กรงนำพา ฟูกนอน ภาชนะใส่อาหาร/ใส่น้ำ เสื้อผ้า รองเท้าสุนัข (หน้าหนาว) เครื่องประดับ ซึ่งความต้องการสินค้าดังกล่าวจะเพิ่มเป็นเงาตามตัว จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขยายตลาดสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงไทยในสหรัฐฯ

5. การขยายตลาดสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงของไทยในสหรัฐฯ ควรพิจารณาการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าซึ่งจะเป็นช่องทางการขยายตลาดที่ยั่งยืนในสหรัฐฯ โดยมีงานแสดงสินค้าที่สำคัญ 2 งานของสินค้าสำหรับตลาดสัตว์ลี้ยง คือ

5.1 Super Zoo 2022 www.superzoo.org  ระหว่างวันที่ 23-25 สิงหาคม 2565 ณ เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา
5.2 Global Pet Expo  https://globalpetexpo.org ระหว่างวันที่ 22-24 มีนาคม 2566 ที่เมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริด้า

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก (มีนาคม 2565)
www.naturalproductinsider.com

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *