แป้งสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน และปุ๋ยได้กลายเป็นของหายากในเยอรมนี

เหล่าบรรดานักธุรกิจในกลุ่มสินค้าเกษตรของเยอรมนีต่างพากันออกมาเตือนว่า “ราคาสินค้าบริโภคต่าง ๆ ในท้องตลาดมีทิศทางปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน” โดยนาย Klaus Josef Lutz ผู้บริหารของบริษัท Baywa ได้เปิดเผยว่า “คงไม่ต้องกังวลในเรื่องที่เยอรมนีกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรปจะเกิดภาวะอดอยากขึ้น แต่เรื่องที่น่ากังวลใจ คือ ผู้บริโภคในภูมิภาคนี้คงต้องเตรียมใจและเตรียมควักกระเป๋าซื้อสินค้าที่จะปรับตัวแพงขึ้นเอาไว้ให้ดี” ด้านนาย Dirk Köck ผู้บริหารของบริษัท Agravis ผู้จำหน่ายสินค้าเกษตรใหญ่เป็นอันดับสองของเยอรมัน ได้ออกมาเตือนว่า “การสู้รบระหว่างยูเครนกับรัสเซียได้ส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น จนทำให้ราคาสินค้าในหมวดธัญพืชปรับตัวเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด” โดยราคาธัญพืชก่อนที่จะมีการสู้รบฯ อยู่ที่ประมาณ 200 ยูโร/ตัน ซึ่งเมื่อรัสเซียเริ่มบุกยูเครน ราคาธัญพืชได้ดีดเพิ่มขึ้นในทันทีมาอยู่ที่ 420 ยูโร/ตัน

จากข้อมูลพบว่า กว่า 30% ของผลผลิตธัญพืชที่ได้ในทั่วโลก มีที่มามาจากยูเครนและรัสเซีย ซึ่งขณะนี้ รัสเซียได้ออกมาสั่งห้ามส่งออกข้าวสาลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรักษาความมั่นคงด้านอาหารและต้องการดูแลประชากรในประเทศ ในขณะที่ยูเครน ขณะนี้ บรรดาเกษตรกรยังไม่สามารถหว่านเมล็ดพันธุ์ ได้ตามปกติเ พราะถูกคุกคามจากทหารรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนาย Lutz ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า “ตนเริ่มไม่มั่นใจว่า เกษตรกรของยูเครนจะสามารถเก็บเกี่ยวธัญพืช และนำมาขายในตลาดนานาชาติได้ทันกับฤดูร้อนนี้หรือไม่ เพราะขณะนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ของยูเครนก็ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เป็นปกติ และที่สำคัญผู้ชายชาวยูเครนส่วนใหญ่ต่างก็ถูกเกณฑ์ไปรบ แทนที่จะเป็นแรงงานในภาคเกษตรเหมือนที่ผ่านมา” สำหรับพื้นที่การเกษตรของยูเครนกำลังประสบปัญหาในขณะนี้มีอยู่ด้วยกันถึง 40 ล้านเฮกตาร์ และถึงแม้ว่าจะสามารถกลับมาทำการเกษตรได้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะขนส่งสินค้าหรือผลผลิตทางการเกษตรออกไปขายได้ตามปกติ เพราะระบบโลจิสติกส์ของยูเครนพากันได้รับผลกระทบจากสงครามไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะท่าเรือต่าง ๆ ในทะเลดำ ซึ่งปกติจะใช้ในการส่งออกข้าวสาลีไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก ขณะนี้ ก็ถูกคุกคามหรือบ้างก็ถูกยึดจากหหารฝ่ายรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว

โดยปรกติแล้วข้าวสาลีที่ถูกส่งมาที่ทะเลดำจะถูกส่งต่อไปยังประเทศในตะวันออกใกล้และแอฟริกาเหนือ อาทิ อียิปต์ และเลบานอน โดยประเทศเหล่านี้มีการนำเข้าข้าวสาลีในปริมาณสูงกว่า 80% ของการนำเข้าโดยรวม จากยูเครนและรัสเซีย ซึ่งไม่เพียงแต่ยุโรปเท่านั้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนข้าวสาลี ภูมิภาคตะวันออกใกล้และแอฟริกาเหนือเองก็ประสบปัญหาขาดแคลนข้าวสาลีอย่างหนักเช่นกัน โดยผู้เชี่ยวชาญต่างก็เกรงว่า “จะเกิดปัญหาความอดอยากในพื้นที่นี้ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องกลายเป็นปัญหาด้านสังคมต่อไป มีการคาดการณ์กันว่า ในส่วนของภูมิภาคยุโรปไม่น่าจะประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร แต่น่าจะได้รับประโยชน์จากการส่งออกข้าวสาลีได้มากขึ้น โดยนาย Lutz ได้ออกมาเรียกร้องให้ EU ร่วมกันตัดสินใจด้านนโยบายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นการกล่าวกระทบ การตัดสินใจในลักษณะที่แตกแยกของนาย Viktor Orban ประธานาธิบดีของประเทศอังการี ที่ฮังการีได้ออกมาประกาศว่า จะชะลอการส่งออกข้าวสาลีของตนไว้ก่อน ซึ่งนาย Lutz ได้กล่าวหาว่า การกระทำดังกล่าวของฮังการีหรือของนาย Orban ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบของ EU อย่างชัดเจน และถึงแม้ว่า เยอรมนีจะไม่มีแนวโน้มที่จะประสบกับปัญหาขาดแคลนอาหาร แต่ก็พบว่าราคาสินค้าบริโภคต่างๆ ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 5.1% นอกจากนี้ ยูเครนยังถือได้ว่าเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดอกทานตะวันที่สำคัญของเยอมนี ซึ่งขณะนี้ผู้จัดจำหน่ายสินค้าบริโภคต่างๆ ในเยอรมนีได้พากันออกมายอมรับแล้วว่า นอกจากน้ำมันดอกทานตะวันที่ขาดแคลนแล้ว น้ำผึ้งและมัสตาร์ดก็จะขาดแคลน และมีราคาสูงขึ้นอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ในระยะยาว ราคาปุ๋ยก็จะปรับตัวสูงไปอีก ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรกรรมของเยอรมนีปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยนาย Lutz คาดการณ์ว่า “ปัญหาดังกล่าวไม่น่าจะสิ้นสุดลงง่าย ๆ และการที่ราคาปุ๋ยในปี 2021 มีราคาสูงขึ้นกว่า 3 เท่า ได้ทำให้เกษตรกรเยอรมันจำนวนมากต้องพากันชะลอการซื้อปุ๋ยไว้ก่อน และการที่ราคาแก๊สปรับตัวสูงขึ้นมาก ก็จะทำให้ราคาปุ๋ยที่มีส่วนผสมของธาตุไนโตรเจนมีราคาสูงขึ้นตามไปอีก เพราะการผลิตปุ๋ยไนโตรเจนนั้นต้องใช้แอมโมเนียเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตจากแก๊สธรรมชาตินั่นเอง ซึ่งตั้งแต่มีการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนเกิดขึ้น ราคาปุ๋ยในเยอรมนีได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงฤดูร้อน 2021 แล้วถึง 3 เท่าตัว จนพูดได้ว่าขณะนี้แทบไม่มีปุ๋ยวางขายในท้องตลาดเลย ด้านผู้ผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่บริษัท Yara จากประเทศนอร์เวย์ และบริษัท Borealis จากออสเตรียได้ชะลอกำลังการผลิตลงเช่นกัน เนื่องจากราคาแก๊สที่สูงมาก จนไม่สามารถทำกำไรได้หากผลิตสินค้าออกมา ประกอบกัน ขณะนี้รัสเซียเองก็ไม่มีการส่งออกปุ๋ยไนโตรเจนออกมานอกประเทศเลย เพราะต้องการรักษาความมั่นคงภายในประเทศก่อน ซึ่งเรื่องนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อทั่วโลกและเยอรมนีอย่างแน่นอน เพราะรัสเซียเป็นประเทศที่ส่งออกปุ๋ยเคมีจำนวนมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกนั่นเอง

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของ สคต. – คงจะเป็นโอกาสที่ดีของเกษตรกรในไทยที่จะเร่งผลิตสินค้าทางเลือกที่สามารถทดแทนสินค้าที่ขาดตลาดใน ตะวันออกใกล้และแอฟริกาเหนือ โดยเฉพาะสำหรับประเทศอย่าง อียิปต์ และ เลบานอน อย่างเช่น ข้าว เป็นต้น ในเวลาเดียวกันเกษตรกรไทยต้องเตรียมรับมือกับปัญหาราคาปุ๋ยเคมีโดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งภาครัฐควรเตรียมรับมือปัญหาดังกล่าว และเร่งผลักดันให้หันมาใช้ปุ๋ยทางเลือกมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน (เมษายน 2565)
Handelsblatt

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *