“ความต้องการบริโภคสินค้าอาหารแช่แข็งในอิตาลีหลังโควิด – 19 (Post COVID) แรงจนฉุดไม่อยู่”

คงปฎิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 ที่เกิดขึ้นนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ การดำเนินธุรกิจ และการดำรงชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะได้ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากความเคยชินที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน การทำงานจากบ้าน (smart working) การลดการพบปะสังสรรค์ หรือแม้กระทั่งการงดรับประทานอาหารพร้อมครอบครัว ญาติ ในช่วงเทศกาลที่สำคัญ ซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ได้ส่งผลให้ประชาชนต้องเลือกหันมาปรุงอาหารรับประทานเองที่บ้านเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การเลือกซื้ออาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นานจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในครัวเรือนอิตาลีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ความต้องการบริโภคสินค้าอาหารแช่แข็งในทุกหมวดขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยปี 2563 พบว่า ผู้บริโภคในอิตาลีบริโภคอาหารแช่แข็งเฉลี่ยมีปริมาณ 15 กิโลกรัม/คน/ปี ซึ่งปัจจุบันประชาชนทุกเพศทุกวัยที่อาศัยอยู่ในอิตาลีบริโภคอาหารแช่แข็งมีสัดส่วน 98% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในอิตาลี เนื่องจากผู้บริโภคในอิตาลีเกิดความเชื่อมั่นต่อการบริโภคอาหารแช่แข็งเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากสินค้ามีคุณภาพและความปลอดภัยสูง สะดวกและรวดเร็วต่อการปรุง มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ ช่วยลดขยะอาหาร และยังช่วยประหยัดเงินได้อีก

จากผลสำรวจพฤติกรรมการบริโภคในอิตาลีของสถาบันด้านอาหารแช่แข็งแห่งชาติ (Istituto Italiano Alimenti Surgelati) พบว่า ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวอิตาเลียนเกินกว่าครึ่ง หรือคิดเป็นสัดส่วน 54% เพิ่มการบริโภคอาหารแช่แข็ง (18% เพิ่มการบริโภคอย่างก้าวกระโดด และ 36% ค่อย ๆ เพิ่มการบริโภค) ซึ่งผู้บริโภคดังกล่าวส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางตอนใต้มากกว่าทางตอนเหนือของอิตาลี เป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี และเป็นครอบครัวที่มีเด็กเล็ก นอกจากนี้ 61% ของผู้ที่ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า บริโภคอาหารแช่แข็งอย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ และ 71% ของผู้ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า บริโภคอาหารแช่แข็งมากกว่า 2 ครั้ง/สัปดาห์ รวมถึง 74% ของผู้ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ตลอดช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้ลองรับประทานอาหารแช่แข็งที่ไม่เคยรับประทานมาก่อน เช่น พิซซ่า ปลา อาหารพร้อมทาน ผัก และขนมทานเล่น เป็นต้น

สินค้าอาหารแช่แข็งที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ของผู้บริโภคในอิตาลี ได้แก่

  • ผักแช่แข็ง เป็นที่นิยมของคนโสดและครอบครัวที่ไม่มีลูก 44%
  • อาหารทะเลแช่แข็ง เป็นที่นิยมของครอบครัวที่มีลูก 40% และส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตอนกลางของอิตาลี
  • พิซซ่า ของทานเล่น และเฟรนช์ฟรายส์แช่แข็ง เป็นที่นิยมของทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่ม 26% โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะนิยมเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 29% และหากเป็นครอบครัวที่มีเด็กเล็กจะนิยมเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 30%
  • อาหารพร้อมทานแช่แข็ง เป็นที่นิยมของคนโสดหรือครอบครัวที่ไม่มีลูก 16%
  • อาหารแช่แข็งทุกประเภท ได้แก่ อาหารทะเล ผัก พิซซ่า ของทานเล่น เป็นที่นิยมของครอบครัวที่มีเด็กโต 30%

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจบริโภคอาหารแช่แข็งของผู้บริโภคชาวอิตาเลียนแบ่งได้ ดังนี้

  • 70% สามารถนำมารับประทานหรือใช้เป็นส่วนประกอบการปรุงอาหารได้ โดยยังคงรสชาติที่อร่อย
  • 37% สามารถนำมาปรุงเมนูอาหารได้หลากหลาย โดยเฉพาะเมนูสำหรับเด็ก ๆ
  • 25% สามารถช่วยลดขยะอาหาร
  • 22% มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนและมีประโยชน์
  • 17% ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

ซึ่งก่อนหน้าที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 ผู้บริโภคจะนิยมจับจ่ายซื้อสินค้าอาหารแช่แข็งในซุปเปอร์มาร์เก็ต/ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีก และตลาดนัด แต่ในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 ได้เริ่มแพร่ระบาดขึ้นได้ส่งผลให้ช่องทางการจำหน่ายต่าง ๆ เริ่มหันมาเปิดให้บริการ e-commerce ซึ่งพบว่า การจำหน่ายสินค้าอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ขยายตัวเพิ่มขึ้น +60% หรือมีมูลค่ากว่า 921 ล้านเหรียญยูโร ซึ่งมากกว่าการให้บริการจัดส่งอาหาร (food delivery) ที่อยู่ที่ 46% โดยปี 2563 แนวโน้มการสั่งซื้อสินค้าอาหารแช่แข็งออนไลน์มีปริมาณเพิ่มขึ้น +145% และมีมูลค่าเพิ่มขึ้น +152.4% ซึ่งส่งผลให้ปี 2564 การสั่งซื้อสินค้าอาหารแช่แข็งออนไลน์ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีปริมาณเพิ่มขึ้น +20.6% และมีมูลค่าเพิ่มขึ้น +17.4% จากแนวโน้มการบริโภคสินค้าอาหารแช่แข็งที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ครอบครัวส่วนใหญ่มีความต้องซื้อตู้แช่แข็ง หรือตู้เย็นที่สามารถรองรับการเก็บอาหารในปริมาณที่เพิ่มขึ้น โดยปี 2563 พบว่า การสั่งซื้อตู้แช่แข็ง ขยายตัวเพิ่มขึ้น 32.3% และการสั่งซื้อตู้เย็นขนาดใหญ่ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 40%

ปัจจุบันสินค้าอาหารแช่แข็งของไทยกำลังได้รับความนิยมในอิตาลี โดยเฉพาะสินค้าปลาหมึกแช่แข็ง อิตาลีถือเป็นตลาดส่งออกสินค้าปลาหมึก มีชีวิต สด แช่เย็น แช่แข็งที่สำคัญของไทยอันดับ 1 โดยปี 2564 ไทยส่งออกสินค้าปลาหมึก มีชีวิต สด แช่เย็น แช่แข็งทั่วโลกมีมูลค่า 8,555.39 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.4% ซึ่งไทยส่งออกสินค้าปลาหมึก มีชีวิต สด แช่เย็น แช่แข็งมายังอิตาลีมีมูลค่า 2,528.48 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 41.64% คิดเป็นสัดส่วน 29.55% ของการส่งออกสินค้าปลาหมึก มีชีวิต สด แช่เย็น แช่แข็งของไทยทั้งหมด

ความคิดเห็น        

ในอดีตที่ผ่านมา การรับประทานอาหารแช่แข็งในอิตาลียังไม่ได้รับความนิยมเหมือนอย่างเช่นยุคปัจจุบัน อันมีสาเหตุมาจากความเชื่อที่ว่าอาหาร วัตถุดิบที่ใช้นำมาประกอบอาหารควรมีความสด ใหม่ รวมถึงขั้นตอนกรรมวิธีการถนอมอาหารในยุคดังกล่าวก็ยังไม่มีวิวัฒนาการ เทคโนโลยีที่ทันสมัยเหมือนยุคปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้บริโภคยังขาดความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงอุปทานของสินค้าดังกล่าวก็มีจำกัด ต่างจากยุคปัจจุบันที่สินค้าอาหารแช่แข็งเข้ามามีบทบาทสำคัญในครัวเรือนอิตาลีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 ที่เป็นแรงผลักดันให้อาหารแช่แข็งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เห็นได้จากการที่ผู้นำเข้าในอิตาลีสนใจที่จะนำเข้าสินค้าปลาหมึกแช่แข็งจากไทยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดที่คาดว่ายังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยสินค้าอาหารแช่แข็งที่กำลังสนใจหรือต้องการขยายตลาดมายังอิตาลี ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาข้อมูล กฎระเบียบการนำเข้าสินค้าดังกล่าว เนื่องจากสหภาพยุโรปมีมาตรฐานสินค้าเกษตรสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหารและสิ่งแวดล้อม

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมิลาน (มีนาคม 2565)

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *