กำลังซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านสหรัฐฯ ขยายตัวเกินคาด

ผลการจัดงานแสดงสินค้า The Atlanta International Gift & Home Furnishings Market ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านขนาดใหญ่ในเขตสหรัฐฯ ตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้า AmericasMart เมือง Atlanta รัฐจอร์เจีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า มียอดสั่งซื้อสินค้าเติบโตสูงกว่าที่คาด แม้ว่าจำนวนผู้เข้าร่วมชมงานจะลดลงบ้าง เนื่องจากปัจจัยการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน รวมถึงปัจจัยด้านสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยก็ตาม

Ms. Allison Gjuka ตำแหน่งผู้อำนวยการด้านการตลาด บริษัท Accent Décor ผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้าของแต่งบ้านสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Chamblee รัฐจอร์เจีย กล่าวว่า จำนวนผู้เข้าชมงานจริงอาจจะน้อยกว่าที่คาดไว้ แต่บริษัทกลับมียอดจำหน่ายเติบโตมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกค้ากลุ่มที่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าและทำการเข้าชมสินค้าคอลเลอกชั่นใหม่ทางช่องทางวีดีโอเสมือนจริง (Virtual) เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาก่อนเริ่มงานจริง นอกจากนี้ ยอดจำหน่ายของบริษัทโดยรวมในปีที่ผ่านมายังถือว่าดีกว่าปีก่อนหน้านี้อีกด้วย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภคตลาดระดับกลาง (Mid-Market)

Ms. Pam Cain ตำแหน่งประธานบริษัท Chelsea House ผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Rocky Mount รัฐนอร์ทแคโรไลนา กล่าวว่า ตลาดสินค้าเฟอร์นิเจอร์ในสหรัฐฯ ยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง แม้ว่าปัญหาด้านความล่าช้าในระบบการขนส่งและห่วงโซ่อุปทานจะส่งผลกระทบต่อตลาด ทำให้ลูกค้าในตลาดปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะเลือกซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่ผู้จำหน่ายมีสินค้าในคงคลังสินค้าพร้อมจำหน่าย

ในช่วงที่ผ่านมาปัญหาในระบบการขนส่งและห่วงโซ่อุปทานส่งผลกระทบและเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบริหารต้นทุนสินค้าและการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า ทำให้ผู้ประกอบการส่วนในตลาดส่วนใหญ่ตัดสินใจปรับเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลังมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงที่จะขาดแคลนสินค้าเพื่อจำหน่ายในอนาคต นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางรายยังเลือกใช้กลยุทธ์เพิ่มความหลากหลายด้านจำนวนสินค้าเพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้าด้วย

Mr. Robin Gordon ตำแหน่งผู้อำนวยการด้านการตลาดบริษัท Elk Home ผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Nesquehoning รัฐแพนซิลวาเนีย กล่าวว่า บริษัทได้เพิ่มจำนวนสินค้าใหม่สำหรับฤดูกาลนี้กว่า 100 รายการ อีกทั้ง ยังมีนโยบายเพิ่มจำนวนการนำเข้าสินค้ามากขึ้นด้วย โดยขณะนี้มีสินค้าของบริษัทกว่า 230 ตู้คอนเทนเนอร์กำลังอยู่ในระหว่างการจัดส่งไปยังสหรัฐฯ นอกจากนี้ Ms. Michelle Gee ตำแหน่ง ประธาน บริษัท Napa Home & Garden สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Duluth รัฐจอร์เจีย ยังกล่าวในทิศทางเดียวกันว่า บริษัทดำเนินนโยบายเพิ่มจำนวนรายการสินค้ามากขึ้นเพื่อเพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้าและเพื่อเพิ่มโอกาสในการเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้าด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านความล่าช้าในกระบวนการด้านพิธีการทางศุลกากรและการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกออกจากท่าเรือไปยังโกดังเก็บสินค้าที่ปัจจุบันอยู่ระหว่าง 3 – 4 สัปดาห์ยังเป็นอุปสรรคที่สำคัญในอุตสาหกรรมและส่งผลกระทบทำให้เกิดความล่าช้า ในการจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้า

ภายในงานดังกล่าวยังมีการนำเสนอสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งที่น่าสนใจทั้งด้านวัสดุและการออกแบบซึ่งกำลังเป็นที่น่าสนใจในกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกันด้วย โดยเฉพาะสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านกลุ่มสีธรรมชาติ (Earth Tone) และกลุ่มสีสันสดใส ส่วนกลุ่มสีน้ำเงินขาวซึ่งได้รับความนิยมในตลาดมาโดยตลอดอาจจะได้รับความนิยมลดลงบ้าง ผู้บริโภคมีแนวโน้มหันไปเลือกซื้อสินค้ากลุ่มสีน้ำเงิน ขาวดำ ที่ค่อนข้างดูโดดเด่นแทน นอกจากนี้ กลุ่มสินค้าสีทองที่ได้รับความนิยมในช่วงที่ผ่านมาจะได้รับความนิยมลดลงด้วย ผู้บริโภคมีแนวโน้มสนใจสินค้ากลุ่มสีทองเหลือง (Brass) หรือสีทองแดงขัดน้ำมัน (Oil-Rubbed Bronze) มากขึ้น อีกทั้ง ผู้ประกอบการในตลาดยังคาดว่า สินค้ากลุ่มสีเขียวจะกลับมาได้รับความนิยมมากในปีนี้ด้วย

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านพื้นผิวสัมผัส (Texture) ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน โดยพบสินค้าทั้งเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่ผสมผสานการผลิตสินค้าอย่างประณีตตกแต่งรายละเอียดสินค้า เช่น พู่ (Tassel) และลูกบอลปอมปอม (Pom Pom) โดยแรงงานผีมือทำให้สินค้ามีความโดดเด่นน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มสินค้าเซรามิคเครื่องเครือบดินเผาที่มีพื้นผิวสัมผัสแปลกใหม่มีขนาดใหญ่พิเศษทั้งสีขาวและดำก็ได้รับความนิยมในตลาดมากขึ้นเช่นเดียวกัน

ในส่วนของกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตอยู่บ้านเป็นเวลานานในแต่ละวัน ดังนั้น ผู้บริโภคในตลาดมีแนวโน้มสนใจสินค้าที่มีคุณภาพดีคงทนและสามารถรองรับการนั่งเป็นระยะเวลานานไม่ก่อให้เกิดอาการเมื่อยล้า นอกจากนี้ กลุ่มสินค้าของแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมยังเป็นกลุ่มสินค้าของแต่งผนัง เทียน และเชิงเทียน อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า สินค้ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้ทั้งกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ รวมถึงต้นไม้/ใบไม้ประดิษฐ์ และกิ่งไม้/ดอกไม้แห้งก็มีแนวโน้มได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้นด้วย  โดย Ms. Gjuka กล่าวว่า ด้วยกระแสความนิยมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้และการปลูกต้นไม้ในกลุ่มผู้บริโภคทำให้บริษัทเพิ่มรายการสินค้าที่เกี่ยวข้องมากขึ้น เช่น กระถางต้นไม้ จานรองต้นไม้ ขาตั้งกระถางอุปกรณ์สำหรับการขยายพันธุ์ต้นไม้ออกแบบ และไม้ค้ำต้นไม้ออกแบบ เป็นต้น

บทวิเคราะห์: แม้ว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อความต้องการบริโภคสินค้าและบริการในกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกันอยู่บ้างในช่วงที่ผ่านมา แต่กลับพบว่าแนวโน้มตลาดสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านสหรัฐฯ กลับมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ที่ขยายตัวจากปัจจัยการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านนโยบายอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในระดับต่ำ โดยในปี 2564 คาดว่า มูลค่าตลาดสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านสหรัฐฯ จะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.63 มีมูลค่าทั้งสิ้น 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีกทั้ง ยังคาดว่า จะขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมีมูลค่าเกิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2567 ด้วย

ในช่วงระหว่างเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2564 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านมีมูลค่าทั้งสิ้น 6.68 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.76 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยนำเข้าหลักจากจีน (ร้อยละ 36.94) รองลงมา ได้แก่ เวียดนาม (ร้อยละ 16.99 ) เม็กซิโก (ร้อยละ 15.72) แคนาดา (ร้อยละ 6.67) และมาเลเซีย (ร้อยละ 2.57) ตามลำดับ ส่วนการนำเข้าจากประเทศไทยนั้นมีมูลค่าทั้งสิ้น 847.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.79 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมาคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.27 ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านทั้งหมดของสหรัฐฯ โดยสินค้าส่งออกศักยภาพที่สำคัญของไทย ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ไม้ เฟอร์นิเจอร์เหล็ก เบาะรองนั่ง ที่นอน และโคมไฟ เป็นต้น

ทั้งนี้ แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเริ่มส่งสัญญาณปรับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาดเพิ่มขึ้นเพื่อแก้ไขภาวะเงินเฟ้อในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่บ้างแต่เชื่อว่ากำลังความต้องการซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านในสหรัฐฯ จะยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในปีนี้จากปัจจัยด้านภาวะการขาดแคลนบ้านในตลาดซึ่งน่าจะผลักดันให้ความต้องการซื้อบ้านและตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ขยายตัวต่อเนื่องในปีนี้  อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอุปสรรคในด้านการขนส่งและห่วงโซ่อุปทานในตลาดอันเนื่องมาจากปัจจัยการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 สายพันธุ์ใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังแรงงาน ประกอบกับปัจจัยด้านการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนด้านพลังงานน้ำมันในภูมิภาคอาจจะส่งผลกระทบทำให้ความต้องการในตลาดชะลอตัวลงบ้าง

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ: ในภาพรวมตลาดสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านในสหรัฐฯ น่าจะยังมีแนวโน้มขยายตัวและเป็นตลาดส่งออกศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการไทยในปีนี้ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภคตลาดระดับกลาง ที่เน้นสินค้าคุณภาพ การออกแบบน่าสนใจ ราคาเหมาะสม ซึ่งเป็นที่นิยมและน่าจะเป็นกลุ่มสินค้าที่โอกาสในการขยายตลาดส่งออกมากที่สุด อีกทั้ง ปัจจุบันประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดในตลาดสหรัฐฯ กำลังดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดในประเทศอย่างเข้มข้น (Zero Covid) ทำให้ผู้ประกอบการในประเทศไม่สามารถผลิตและส่งออกสินค้าได้อย่างเต็มกำลัง จึงน่าจะเป็นโอกาสสำหรับประเทศคู่แข่งรวมถึงไทยใช้โอกาสดังกล่าวเพิ่มส่วนแบ่งการส่งออกในตลาดสหรัฐฯ  

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจทำตลาดส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ควรที่จะติดตามแนวโน้มความนิยมและความต้องการของผู้บริโภคในตลาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำข้อมูลไปปรับใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าให้ตรงกับกระแสและแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคในตลาดเป้าหมาย โดยปัจจุบันมีช่องทางที่ผู้ประกอบการไทยจะสามารถเลือกใช้เพื่อเข้าถึงข้อมูลแนวโน้มความนิยมในตลาดเป้าหมายหลากหลายช่องทางโดยเฉพาะผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Pinterest Instagram และ Facebook เป็นต้น

กระแสความต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติของชาวอเมริกันในปัจจุบันยังส่งผลทำให้ผู้บริโภคในตลาดสนใจปลูกต้นไม้มากขึ้น และมีความต้องการบริโภคสินค้าของแต่งบ้านที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้และการปลูกต้นไม้มากขึ้นด้วย โดยประเทศไทยเองมีความได้เปรียบในด้านแหล่งทรัพยากรและวัตถุดิบการผลิตที่เข้าถึงงานและมีต้นทุนราคาจำหน่ายในตลาดค่อนข้างต่ำ เช่น ไม้ไผ่ ดินเผา สังกะสี ดอกไม้และกิ่งไม้แห้ง เป็นต้น จึงน่าจะเป็นกลุ่มสินค้าศักยภาพของไทยในการทำตลาดส่งออกในสหรัฐฯ  นอกจากนี้ กระแสความนิยมดังกล่าวยังผลักดันให้ผู้บริโภคในตลาดสนใจบริโภคสินค้าที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้น การเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ วัสดุนำกลับมาใช้ หรือวัสดุปราศจากสารเคมีในการผลิตสินค้าจึงน่าจะช่วยให้สามารถเจาะตลาดผู้บริโภคชาวอเมริกันได้ อีกทั้ง การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์ขนาดกระทัดรัดประหยัดพื้นที่ในการขนย้ายและจัดเก็บก็น่าจะทำให้สินค้าได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคตลาดมากขึ้นได้

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองไมอามี (มกราคม 2565)
สำนักข่าว Furniture Today

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *