การผลิตสิ่งทอ สินค้าเกษตร และการทำเหมืองแร่ จะเป็นภาคเศรษฐกิจหลักในการขับเคลื่อนภาคการส่งออกเคนยาในอีก 10 ปีข้างหน้าจริงหรือ?

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเปิดเผยการวิจัยของธนาคารในการประเมินธุรกิจภาคการส่งออกของเคนยาในอีก 10 ปีข้างหน้าว่า สินค้าเกษตร (ชาและกาแฟ) สิ่งทอ และการส่งออกแร่ธาตุต่างๆ จะเป็นสินค้าและภาคธุรกิจสำคัญในการสร้างรายได้ในการส่งออกให้กับประเทศเคนยาในช่วง 10 ปีต่อจากนี้

ในรายงานชื่อ Future of Trade 2030: Trends and Markets to Watch ธนาคาร ได้ระบุว่า จะเกิดแนวโน้ม 5 ประการที่กำหนดอนาคตของการค้าโลก โดยเคนยาเป็นประเทศเดียวในแอฟริกาตะวันออกจากจำนวน 13 ประเทศที่จะมีการส่งออกครั้งใหญ่ในอีก 10 ปีข้างหน้า การวิจัยยังพบว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของบริษัททั่วโลกในปัจจุบันมีหรือวางแผนที่จะมาใช้ฐานการผลิตในเคนยาภายใน 5-10 ปีข้างหน้า โดยผลการวิจัยเชื่อว่า เคนยาจะมีการขยายตัวในการส่งออกปีละมากกว่า +7% และมูลค่ารวมกว่า 10.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2030 โดยเคนยาจะมีตลาดหลักในการส่งออก 3 ลำดับแรก คือ ปากีสถาน ยูกันดาและสหรัฐอเมริกา ที่จะเป็นประเทศที่มีแนวโน้มการขยายตัวในการส่งออกสินค้าที่เติบโตเร็วที่สุด

การส่งออกชาไปปากีสถาน

การค้าของเคนยากับปากีสถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดในการส่งออก ชา หนึ่งในสินค้าหลักของประเทศนั้น คาดว่าจะเติบโตและมีสัดส่วนในการส่งออกทั้งหมดที่ประมาณ 10.7% ของการส่งออกทั้งหมดภายในปี 2573 รองลงมาคือยูกันดาที่ 11 เปอร์เซ็นต์ และสหรัฐฯ เป็น 9 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

การส่งออกสินค้าไปยูกานดา

ในช่วง 24 ปีที่ผ่านมา การส่งออกของเคนยาไปยังยูกันดาเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยต่อปีที่ 4.85% โดยข้อมูลระบุว่าประเทศส่งออกสินค้ามูลค่ามากกว่า 635 ล้านดอลลาร์ไปยังยูกันดาในปี 2564 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ น้ำมันปาล์ม (63.8 ล้านดอลลาร์) เหล็กแผ่นรีดเคลือบ (42.2 ล้านเหรียญสหรัฐ) และปิโตรเลียมกลั่นมูลค่า 36.1 ล้านเหรียญสหรัฐ

การส่งออกของเคนยาไปสหรัฐฯ

สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดสำหรับสินค้าสิ่งทอของเคนยา (ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป) โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90 % ของการส่งออกทั้งหมดที่เคนยาส่งออกไปทั่วโลก โดยมีมูลค่าต่อปีประมาณ 667 ล้านเหรียญสหรัฐ  ในจำนวนนี้เกือบร้อยละ 70 (453 ล้านเหรียญสหรัฐ) เป็นสินค้าประเภทเครื่องแต่งกายหรือเสื้อผ้าสำเร็จรูป ทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอนี้ถือเป็นภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญที่กำลังจะได้ประโยชน์จากการเจรจาเขตการค้าเสรี FTA KENYA-USA ที่อยู่ระหว่างการเจรจากัน ผลการวิจัยของธนาคารดังกล่าวข้างต้น เชื่อว่า ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านการผลิต การสนับสนุนจากรัฐบาล และข้อตกลงทางการค้าที่จะมีการลงนามดังกล่าว จะทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเคนยาจะเติบโตอย่างมั่นคงได้ต่อไปในตลาดโลก โดยมีตลาดหลักคือสหรัฐอเมริกาดังกล่าวข้างต้น

ในส่วนของภาคธุรกิจที่จะมีความสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งออก น่าจะมีอยู่ใน 3 กลุ่มสินค้าหลัก คือ 1. กลุ่มสิ่งทอ (เสื้อผ้าสำเร็จรูป) 2. กลุ่มสินค้าเกษตร (น้ำมันปาล์ม ชา กาแฟ ดอกไม้ตัดสด อโวคาโด และอาหารแปรรูป) และ 3. กลุ่มสินแร่ต่างๆ (อัญมณี โชเดียมไบคาร์บอนเนต แทนทาลัม) แหล่งข่าวจากงานวิจัยดังกล่าววิเคราะห์ไว้

ความเห็นของ สคต.

จากผลการวิจัยดังกล่าวแสดงว่า เคนยาถือเป็นประเทศที่แนวโน้มในการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สดในประเทศหนึ่งในโลกและทวีปแอฟริกา โดยสินค้าที่มีศักยภาพของเคนยาก็คือสินค้าใน 3 กลุ่มดังกล่าวข้างต้น ได้แก่ 1. กลุ่มสิ่งทอ (เสื้อผ้าสำเร็จรูป) 2. กลุ่มสินค้าเกษตร (น้ำมันปาล์ม ชา กาแฟ ดอกไม้ตัดสด อโวคาโด และอาหารแปรรูป) และ 3. กลุ่มสินแร่ต่างๆ (อัญมณี โชเดียมไบคาร์บอนเนต แทนทาลัม) นอกจากนั้น ตลาดที่เคนยามีความคาดหวังจะใช้เป็นตลาดหลักในการส่งออกสินค้าดังกล่าวข้างต้นก็คือ ปากีสถาน (ชา) ยูกานดา (สินค้าอุตสาหกรรมและสินแร่) สหรัฐ (สิ่งทอ) ตามลำดับ ส่งผลให้จะมีการลงทุนจากต่างประเทศในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้มากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน ดังจะเห็นจากการสำรวจความเห็นของนักธุรกิจทั่วโลกที่ต้องการจะเข้ามาลงทุนหรือทำธุรกิจกับเคนยาในอีก 5-10 ต่อจากนี้

ในส่วนของประเทศไทยนั้น ผู้ส่งออกควรเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้ามาลงทุนในสาขาที่ไทยน่าจะมีศักยภาพ เช่น ธุรกิจแปรรูปอาหาร เป็นต้น เพื่ออาจใช้เคนยาเป็นฐานการผลิตในการส่งออกไปตลาดใหม่แทนที่การผลิตสินค้าจากประเทศไทย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสการขยายตลาดส่งออกของบริษัทต่อไปในอนาคต ซึ่ง สคต. จะได้จัดทำรายงานและติดตามสถานการณ์การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวของเคนยาต่อไป

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี (มีนาคม 2565)
BUSINESS DAILY

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *