การปลดล็อกเรื่องภาษีและกฎแหล่งกำเนิดสินค้า อุปสรรคต่อก้าวต่อไปของเขตการค้าเสรีของแอฟริกา

เขตการค้าเสรีทวีปแอฟริกา (AfCFTA) เริ่มก่อตั้ง เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ยังคงมีอุปสรรคจากข้อกำหนดที่ยังไม่ได้รับการสรุป ซึ่งได้แก่ กฎแหล่งกำเนิดสินค้า ข้อเสนอด้านภาษี และ สหภาพศุลกากร  และเมื่อวันที่ 18-19 กันยายน ที่ผ่านมา มีการทบทวนข้อตกลง 9 เดือนหลังจากการก่อตั้ง ซึ่ง John Bosco Kalisa ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสภาธุรกิจแอฟริกาตะวันออก (EABC) ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดตั้งกฎแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ในเขตการค้าเสรีของทวีป ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่จำเป็นในการพิจารณาแหล่งที่มาของประเทศเจ้าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องได้รับการตกลงร่วมกัน กฎแหล่งกำเนิดสินค้านั้นเปรียบเสมือนหนังสือเดินทางสำหรับสินค้า หากยังตกลงไม่ได้ จะทำการค้าได้ยากมาก องค์ประกอบหลักที่สาม คือ การประสานกันของขั้นตอนของสหภาพศุลกากร  Kalisa ยังกล่าวเสริมว่า ข้อตกลง AfCFTA จะช่วยยกเลิกภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ผลิตในทวีปได้ถึง 90%  ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 83% และ จำเป็นต้องได้รับข้อเสนอยกเว้นภาษี 90% ก่อน ถึงจะสามารถซื้อขายภายใต้เขตการค้าเสรีทวีปแอฟริกาได้

Peter Mathuki ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มชุมชนแอฟริกาตะวันออกในเมืองอักกรา กล่าวว่า AfCFTA ยังไม่ได้เจรจากฎแหล่งกำเนิดสินค้า แต่โดยปกติแล้วสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่า การเปิดเสรีการค้าแบบพิเศษนั้นสามารถนำไปใช้ได้หรือไม่ ความสำคัญอยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ว่าหน้าที่และข้อจำกัดในหลายกรณี ซึ่งขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของการนำเข้าสินค้า  และ การขาดความรู้โดยทั่วไปเป็นการทำให้บริษัทต่างๆ สูญเสียโอกาสที่จะค้นพบตลาดสำหรับสินค้าที่ผลิตในทวีปนี้  เช่น คนที่ทำกาแฟในเมือง Thika ประเทศเคนยา อาจไม่รู้ว่ามีความต้องการกาแฟนั้นในประเทศกานา ไนจีเรีย หรือ เซเนกัล ก็เป็นได้ ดังนั้น ก็จะส่งออกไปยังตลาดเดิมในยุโรปและที่อื่นๆ ต่อไป

ข้อคิดเห็น

สคต.มองว่า เขตการค้าเสรีทวีปแอฟริกา (AfCFTA)  สมาชิกจะยกเลิกภาษีนำเข้าระหว่างกันร้อยละ 90 จะมีการเปิดเสรีภาคบริการและการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต ส่งเสริมให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานและเงินทุนภายในทวีปมากยิ่งขึ้น  ประเมินได้ว่า จะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศในทวีปแอฟริกา รวมทั้ง อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างการค้าในทวีปแอฟริกาในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันประเทศในทวีปแอฟริกามีการค้าระหว่างกันน้อย และต้องพึ่งพาการค้ากับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพยุโรปเป็นหลัก  แต่จะทำให้รัฐบาลของประเทศสมาชิก AfCFTA จัดเก็บรายได้จากภาษีนำเข้าลดลง  ในทางตรงกันข้ามจะช่วยให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการที่สินค้าต่าง ๆ ราคาถูกลง

ในส่วนผลกระทบของ AfCFTA ต่อไทย ประเมินเบื้องต้นว่า ในระยะสั้นไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย เนื่องจากปัจจุบันสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปแอฟริกาเป็นสินค้าประเภททุนและสินค้าเกษตร ซึ่งแอฟริกายังคงพึ่งพาการนำเข้าในปริมาณสูง เป็นผลมาจากสภาพภูมิประเทศของแอฟริกาในภาพรวมที่ไม่เอื้อต่อการทำการเกษตร   ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรชาวแอฟริกันที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นพันล้านคน ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า ทำให้ไม่สามารถพึ่งพาผลผลิตภายในทวีปแอฟริกาเพียงอย่างเดียว ไทยจึงเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประเทศในแอฟริกาได้ 

อย่างไรก็ดี AfCFTA ทำให้ประเทศในแอฟริกามีการค้าระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น ก็อาจส่งผลต่อการค้ากับประเทศนอกกลุ่มที่ผลิตและส่งออกสินค้าประเภทเดียวกับสมาชิก AfCFTA  แต่ก็จะเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะเข้าไปลงทุนในแอฟริกา เพื่อใช้ประโยชน์จาก AfCFTA ในการส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกาได้

ที่มาข้อมูล : รายงานข่าวเด่นจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี (ต.ค. 2564)
The East African

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *