การปฏิรูประบบการนำเข้ารายย่อย De Minimis ของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อการค้าออนไลน์

วันที่ 18 มกราคม 2022 Mr. Earl Blumenauer ส.ส.พรรคเดโมแครต รัฐโอเรกอน ประธาน House Ways and Means Trade Subcommittee ได้ยื่นเสนอร่างกฎหมาย Import Security and Fairness Act ที่เป็นการปฏิรูปและปิดช่องโหว่ระบบ de minimis เพื่อหยุดการนำเข้าจากประเทศกลุ่ม non-market economies ที่ใช้ประโยชน์และเอาเปรียบทางการค้าจากระบบ de minimis ที่ยกเว้นภาษี/ค่าธรรมเนียม (duties/taxes/fees) จากการนำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 เหรียญฯ ต่อครั้ง Mr. Blumenauer ระบุว่า ปัจจุบันพัสดุที่ส่งเข้าไปยังสหรัฐฯมีจำนวนมากกว่า 2 ล้านชิ้นต่อวัน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องมาจากธุรกิจต่างชาติจัดส่งสินค้าเข้าสหรัฐฯ ด้วยการแยกจำนวนจัดส่งเพื่อให้ตรงกับคุณสมบัติที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ de minimis ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า นอกจากจะเปิดช่องการต่อสู้ทางการค้าที่เหนือกว่าบริษัทสหรัฐฯแล้ว ยังทำให้การส่งสินค้าผิดกฎหมาย/กฎระเบียบที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเข้าสู่สหรัฐฯได้ง่ายขึ้น ร่างกฎหมายนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคธุรกิจสหรัฐฯ จำนวนมาก เช่น American Federation of Labor and Congress of Industrial Organizations, National Council of Textile Organizations (NCTO), Coalition for Prosperous America และ Alliance for American Manufacturing

สรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมายที่จัดทำขึ้น คือ

  1. ห้ามการนำเข้าจากประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าที่เป็น non-market economies เช่น จีน และประเทศในบัญชีรายชื่อเฝ้าจับตามองของ U.S. Trade Representative (USTR Watch List) จากการใช้ประโยชน์จาก de minimis และสร้างหลักประกันว่าการนำเข้าจากประเทศเหล่านี้จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อีกต่อไปภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ
  2. ห้ามสินค้าที่อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ เช่น Section 301 (การตอบโต้ปฏิบัติการด้านการค้าที่ไม่ยุติธรรม)  และ Section 232 (การจัดเก็บภาษีสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่าคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ) ซึ่งสหรัฐฯระบุว่าจะสร้างความเสียหายให้แก่บริษัทและแรงงานสหรัฐฯ ใช้ประโยชน์จาก de minimis (หมายความว่า การนำเข้าที่เป็น de minimis ที่อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอื่น เช่น คำสั่งเก็บภาษี antidumping และ countervailing ยังคงต้องจ่ายชำระภาษีภายใต้คำสั่งนั้นๆ)
  3. ปิดช่องโหว่ de minimis ป้องกันมิให้ภาคธุรกิจที่ไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้ประโยชน์จาก USMCA (USA, Mexico, and Canada Free Trade Agreement) นำไปใช้และได้ประโยชน์สองทางทั้งจากการนำเข้าแบบทั่วไปและแบบรายย่อย
  4. กำหนดให้ U.S. Customs and Border Protection รวบรวมข้อมูลการจัดส่งสินค้าทั้งหมดที่เป็น de minimis เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการเก็บ/จัดทำข้อมูลการนำเข้าที่เป็น de minimis ที่สมบูรณ์ และไม่อนุญาตให้ผู้นำเข้าที่โดนลงโทษให้ระงับหรือห้ามทำธุรกิจนำเข้าใช้ประโยชน์จาก de minimis

ภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ความเห็นว่า

  1. การกำหนดมูลค่า de minimis ของสหรัฐฯ ที่ 800 เหรียญฯ นำมาซึ่งความไม่ยุติธรรมทางการค้าและสร้างความเสียเปรียบให้แก่ภาคธุรกิจสหรัฐฯ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่กำหนดเพดานมูลค่าสินค้าที่จะไม่ต้องเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่ามาก เช่น จีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ กำหนดไม่เกิน 7 เหรียญฯ กว่า  อนึ่ง มูลค่า de minimis ของไทยอยู่ที่ 1,500 บาทหรือประมาณ 45 เหรียญฯ 
  2. ธุรกิจขนาดใหญ่เช่น Amazon ใช้ประโยชน์จาก de minimis เพื่อนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีน และเป็นตัวอย่างให้ธุรกิจและโรงงานผลิตจีนหลายรายส่งสินค้าเข้าสหรัฐฯ โดยใช้ประโยชน์จาก de minimis เช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติมและข้อคิดเห็น

  1. De minimis หรือ Section 321 ใน Tariff Act of 130 ฉบับแก้ไข ให้อำนาจศุลกากรสหรัฐฯ ในการยกเว้นการเก็บภาษี/ค่าธรรมเนียมและการเข้าสู่กระบวนการนำเข้าอย่างเป็นทางการ สำหรับสินค้านำเข้าเพื่อการค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 เหรียญฯ ต่อรายต่อครั้งต่อวัน ซึ่งทำให้การนำเข้าในลักษณะ de minimis สามารถผ่านเข้าสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็วกว่าการเข้าสู่กระบวนการนำเข้าอย่างเป็นทางการ  
  2. แม้ว่าอาจไม่ต้องเสียภาษีภายใต้ De minimis แต่กฎหมายก็กำหนดให้อำนาจศุลกากรสหรัฐฯ สามารถเปิดตรวจสอบสินค้ารายการ ดังต่อไปนี้
    • สินค้าที่มีโควตานำเข้า
    • สินค้า Anti-Dumping Duty (ADD) และ/หรือ Countervailing Duties (CVD) และ
    • สินค้าที่มีเรื่องมาตรฐาน/ระเบียบด้านความปลอดภัยของสินค้าที่อยู่ภายใต้การบริหารควบคุมโดย 5 หน่วยงาน ได้แก่ U.S. Department of Agriculture (USDA), Food Safety Inspection Service (FSIS), National Highway Transport and Safety Administration (NHTSA), Consumer Protect Safety Commission (CPSA) และ Food and Drug Administration (FDA)  ทั้งนี้ คำจำกัดความข้างต้นไม่รวมสินค้าอาหารบางรายการ เครื่องสำอาง ชุดรับประทานอาหาร (dinnerware) สินค้าที่ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์และไม่สามารถปล่อยรังสีออกมา และสินค้าตัวอย่างทางชีวภาพสำหรับการทดลองในห้องทดลอง)

3. การนำเข้าในระบบ e-Commerce เกือบทั้งหมดในสหรัฐฯ เป็นการนำเข้าที่ใช้ de minimis

4. หากร่างกฎหมาย Import Security And Fairness Act ผ่านออกมาเป็นกฎหมาย  มีโอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากประเทศไทยจัดอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศคู่ค้าที่สหรัฐฯ จับตามองจากประเด็นการละเมิดสิทธิทางปัญญา (Watch List) ภายใต้ 2021 Special 301 Review ล่าสุดที่ประกาศเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2021 รายชื่อประเทศที่อยู่ใน Priority Watch List ล่าสุด 10 ประเทศ ได้แก่ Argentina, Chile, China, India, Indonesia, Russia, Saudi Arabia, Ukraine และ Venezuela และใน Watch List อีก 23 ประเทศ ได้แก่ Algeria, Barbados, Bolivia, Brazil, Canada, Colombia, Dominican Republic, Ecuador, Egypt, Guatemala, Kuwait, Lebanon, Mexico, Pakistan, Paraguay, Peru, Romania, Thailand, Trinidad and Tobago, Turkey, Turkmenistan, Uzbekistan และ Vietnam) อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องติดตามรายละเอียดของกฎหมายที่ผ่านการรับรองแล้วอีกครั้ง เพื่อประเมินผลกระทบที่มีต่อสินค้าไทย และผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่มที่วางขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆในสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ทั้ง Amazon.com, Esty.com

5. ร่างกฎหมายดังกล่าวอาจกลายเป็นอีกเครื่องมือทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการเจรจากดดันประเทศคู่ค้าในประเด็นต่าง ๆ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งอยู่ในรายชื่อประเทศเฝ้าจับตามอง (Watch List and Priority Watch List)

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส (มกราคม 2565)
U.S. Congressman Earl Blumenauer

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *