ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ผู้บริโภคชาวเวียดนาม หันมาใช้การชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ธุรกรรมทางออนไลน์ ธุรกรรมผ่านรหัส QR มากขึ้น ขณะที่การทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มลดลง ซึ่งรัฐบาลและธนาคารแห่งชาติเวียดนาม ได้วางนโยบาย National Digital Transformation โดยตั้งเป้าหมายเปลี่ยนให้ประเทศไปสู่ระบบดิจิทัล ภายในปี 2573 จึงนับเป็นโอกาสสำหรับธนาคารในเวียดนาม ในการปรับปรุงรูปแบบธุรกิจ และให้บริการทางการเงินโดยการนําเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า


โดยธนาคารและสถาบันสินเชื่อ 96 แห่งในเวียดนามอยู่ระหว่างการวางกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนเป็นธนาคารดิจิทัล โดยได้พัฒนาให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงการสร้างแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวโน้มการเติบโตด้านการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนาม โดยมีมูลค่าเฉลี่ยต่อวันสูงถึงประมาณ 900,000 พันล้านเวียดนามดอง (40 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ซึ่งครอบคลุมธุรกรรมมากกว่า 8 ล้านรายการต่อวัน นอกจากนี้ ประชากรวัยทำงานส่วนใหญ่ของเวียดนามมีบัญชีธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล ทำให้ต้นทุนรายได้ของธนาคารลดลง ส่งผลให้ธนาคารลดต้นทุนการดำเนินการลงได้อย่างมาก และจากการสํารวจสถานะการเปลี่ยนระบบดิจิทัลในปี 2566 โดย DBS Financial Service Group พบว่า เวียดนามอยู่ในอันดับที่ 2 จาก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีระดับการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ระบบดิจิทัล รองมาจากสิงคโปร์ ซึ่งผลกระทบของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงผู้บริโภคในประเทศเวียดนาม โดยจากการวิเคราะห์พฤติกรรมในการชำระเงินของผู้บริโภคในปี 2565 ของบริษัท Visa ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลก ระบุว่า เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้เวียดนามที่ใช้การชำระเงินด้วยบัตรหรือ e-wallet เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของผู้บริโภคเวียดนามที่จะทำธุรกรรมหรือซื้อสินค้าโดยไม่ใช้เงินสด เพื่อลดความเสี่ยงในด้านของการสูญหายหรือถูกโจรกรรม รวมทั้งมีหน่วยธุรกิจในเวียดนามจำนวนมากใช้วิธีการชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดเพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้า


ผู้ประกอบการไทยที่มีความสนใจเข้ามาขยายตลาดสินค้าและบริการในประเทศเวียดนาม ควรให้ความสำคัญกับช่องทางการชำระค่าสินค้าและบริการด้วยวิธีการชำระเงินแบบดิจิทัลเพื่อเป็น การเพิ่มทางเลือกและสร้างความสะดวกให้กับผู้บริโภค


ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการไทยมีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ รวมทั้งสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารทางการค้าได้ที่ https://ditp-overseas.com


สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์