กระทรวงเกษตรและปศุสัตว์และเกษตรกรคอสตาริกาเตือนการผลิตอาหารจะลดลง

วิกฤตการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ ราคาธัญพืชที่เพิ่มขึ้นในโลก และการขาดแคลนปุ๋ยอันเป็นผลจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาดโลกและขณะนี้คุกคามการผลิตอาหารในคอสตาริกา เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นของ ผักและอาหารสัตว์ ไก่และหมูกินอาหารที่มีส่วนผสมหลักจากธัญพืชที่นำเข้า

บริษัทจำหน่ายปุ๋ยให้ความมั่นใจกับรัฐบาลคอสตาริกาว่าจะไม่มีการขาดแคลนผลิตภัณฑ์ปุ๋ย โดยจะมีการนำเข้าจากแหล่งผลิตอื่นๆ แต่ปรากฎว่าราคาปุ๋ยได้เพิ่มขึ้น 186% ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

Renato Alvarado รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและปศุสัตว์บอกกับหนังสือพิมพ์ UNIVERSIDAD ว่ามีความเป็นไปได้ที่การผลิตทางการเกษตรในประเทศจะลดลง โดยตอนนี้ราคาปุ๋ยในประเทศเพิ่มขึ้น 186% ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตทางการเกษตรจำนวนมากไม่สามารถซื้อปุ๋ยเพียงพอสำหรับพืชผลของพวกเขา ดังนั้น ผลผลิตของพวกเขาคาดว่าจะลดลง

ในขณะเดียวกัน Jose Oviedo เลขาธิการสหภาพแห่งชาติของผู้ผลิตทางการเกษตรแห่งคอสตาริกา (UNAG) เน้นว่าสถานการณ์ปุ๋ยในปัจจุบันเป็นอันตรายต่อการผลิตอาหารและความมั่นคงด้านอาหารของคอสตาริกา

คอสตาริกาขึ้นอยู่กับการนำเข้าปุ๋ย 100% และประเทศกำลังประสบปัญหาในการจัดหาวัตถุดิบและปุ๋ย และสินค้าคงเหลือเริ่มลดลงเนื่องจาก “วิกฤตคอนเทนเนอร์” โดยปัญหาทั้งหมดเหล่านี้เริ่มต้นในเดือนมีนาคม 2563 และปัญหาดังกล่าวรุนแรงขึ้นจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ส่งออกปุ๋ยรายใหญ่ที่สุดของโลก

นายเรนาโต อัลวาราโด รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและปศุสัตว์ของคอสตาริกา กล่าวว่า ทุกคนต้องตระหนักว่าปัญหาเรื่องปุ๋ยเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ย 100%

 ตามรายงานของ Observatory of Economic Complexities (OEC) ในปี 2563 รัสเซียส่งออกปุ๋ยมูลค่า 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการคว่ำบาตรของตะวันตกในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อการค้ากับปัจจัยการผลิตเหล่านี้ทั่วโลก

ตามตัวเลขจากข้อมูลของอเมริกากลางในช่วงหกเดือนแรกของปี 2564 คอสตาริกานำเข้าปุ๋ยมูลค่า 91.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

นาย Jose Oviedo เลขาธิการสหภาพแห่งชาติของผู้ผลิตทางการเกษตรในคอสตาริกา เปิดเผยข้อมูลปีที่แล้วว่าราคาปุ๋ย Rocifer หรือ Hydrocomplex อยู่ที่ราคา ₡22,000 Colon สำหรับถุง 44 กิโลกรัม  ($ 1USD = ₡655 Colon) และเมื่อเดือนที่แล้วราคา ₡48,700 Colon ส่วนสารฆ่าเชื้อราอย่างดาโคนิลเคยมีราคา 18,000 Colon และตอนนี้มีราคาประมาณ ₡40,000 Colon ในขณะที่ปุ๋ยสูตรสมบูรณ์ซึ่งมีราคาระหว่าง ₡13,000 – ₡15,000 Colon ในตอนนี้มีราคา ₡45,000 Colon

นาย Jose Oviedo กล่าวว่าจะมีปุ๋ยในตลาดแต่ราคาแพงมาก และผู้ผลิตรายใหญ่เท่านั้นที่จะซื้อได้ และเคยกล่าวในตอนต้นของวิกฤตกับผู้ผลิตอาหารทุกคนว่าอาหารจะมีราคาแพงมาก และตอนนี้ปัญหาการขาดแคลนจะเกิดขึ้น และยังประกาศด้วยว่าผู้ผลิตมะเขือเทศ หัวหอม และพริกบางคนบอกเขาว่าจะเลิกผลิตผัก ผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่กำลังมองหาธุรกิจประเภทอื่นเนื่องจากการผลิตอาหารมีราคาแพงและแทบจะไม่สามารถกู้คืนการลงทุนได้

Mr. Oviedo ยอมรับว่า การที่ประเทศนี้พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและปุ๋ยโดยสิ้นเชิง ความท้าทายอีกประการหนึ่งคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการผลิตผลไม้ ผัก และการผลิตปศุสัตว์ของประเทศ

ราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตทุกราย ยกเว้นผู้ที่เตรียมพืชผลเพื่อผลิตแบบอินทรีย์ ผู้ที่ผลิตปุ๋ยอินทรีย์และ bioles (ปุ๋ยทางใบแบบโฮมเมดจากขยะอินทรีย์ สัตว์หรือพืชผัก)

รัฐมนตรี Alvarado ระบุว่าผู้จัดจำหน่ายปุ๋ยรับประกันว่าจะมีปุ๋ยให้ใช้งานได้นานถึงหนึ่งปีและบอกว่าปุ๋ยจะไม่ขาดแคลน แต่ปัญหาคือราคา และชาวนากี่คนจะสามารถซื้อปุ๋ยเหล่านั้นได้

สถานการณ์ปุ๋ยในปัจจุบันสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อผู้ผลิตอาหารในท้องถิ่น ต้นทุนปุ๋ยในการผลิตสามารถคิดได้ถึง 70% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด มันเป็นวิกฤตและผู้ผลิตจำนวนมากจะต้องใช้มาตรการที่รุนแรงมากขึ้น

การเพิ่มขึ้นของราคาธัญพืชทำให้การผลิตสัตว์มีความเสี่ยง:

สภาเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรแห่งคอสตาริกา (CAPROC) และสภาเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกแห่งชาติ (Canavi) ได้ประกาศว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า พวกเขาสามารถขึ้นราคาเนื้อหมู เช่นเดียวกับไก่และไข่ เนื่องจากราคาธัญพืชที่สูงขึ้น – ข้าวโพดและถั่วเหลือง – ที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตหัวเชื้อสำหรับเลี้ยงสัตว์เหล่านี้

ต้นทุนการผลิตเนื้อหมูจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาขายส่งของสินค้าขั้นกลางเพิ่มขึ้น และจะส่งผลในทางลบต่อราคาต่อผู้บริโภคขั้นสุดท้ายที่หั่นเนื้อหมูแบบต่างๆ

ตามข้อมูลของ CAPROC อาหารที่ใช้เลี้ยงสุกร 80% ในประเทศประกอบด้วยข้าวโพดสีเหลือง 65% ซึ่งเป็นวัตถุดิบนำเข้า

ผู้ผลิตชี้ให้เห็นว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์คือราคาต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น อัตราแลกเปลี่ยน และราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น

ยูเครนและรัสเซียเป็นผู้ผลิตข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลืองรายใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาธัญพืชในระดับสากลตลอดจนความพร้อมจำหน่ายสินค้าในท้องถิ่นแม้ว่าคอสตาริกาจะนำเข้าธัญพืชส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกาและอเมริกาใต้ราคาธัญพืชที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้การผลิตสัตว์มีความเสี่ยงทั้งเนื้อหมู ไข่ และไก่

ตามข้อมูลจาก CAPROC ราคานำเข้าข้าวโพดเหลืองเพิ่มขึ้น 150% จากปี 2563 เป็น 2564 และในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ของปีนี้ ราคาธัญพืชโลกเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 5% ในแต่ละเดือน ตามข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่ง สหประชาชาติ (FAO)

ที่มาข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเม็กซิโก (มีนาคม 2565)
https://semanariouniversidad.com/pais/mag-y-agricultores-advierten-el-pais-esta-a-las-puertas-de-una-caida-en-la-produccion-de-alimentos/

_____________________________________________
Website : http://ditp-overseas.com
Facebook: https://www.facebook.com/ditpoverseas
Youtube : https://bit.ly/36fT76e

#DITP #OMD2 #สพต2

Print Friendly, PDF & Email

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *